Loading...

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี)

Regional Environment Office 13 (Chonburi)

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
ข่าวสารหน่วยงาน

อาการและการป้องกันอาหารเป็นพิษ

อาการและการป้องกันอาหารเป็นพิษ

   อาหารเป็นพิษ  สามารถเกินขึ้นได้กับทุกคนในแต่ละปีมีผู้ป่วยจากอาหารเป็นพิษจำนวนมาก  ถึงแม้จะมีความเอาใจใส่ในเรื่องของอาหารรวมถึงการแนะนำอาหารที่ถูกสุขลักษณะแล้วก็ตามแต่ก็ยังไม่ทำให้ผู้ป่วยนั้นมีจำนวนลดลงเลย  อาการจะอยู่ในร้านอาหารหรูๆ  ภัตตาคารขนาดใหญ่  โรงแรม  ก็มีเชื้อโรคปะป่นอยู่ด้วยได้เช่นกัน  ในการผลิตอาจจะปลอดภัยแต่ในการปรุงอาหารนั้นอาจจะไม่เหมาะสมหรือว่าทำให้เชื้อโรคที่มีไม่ตายได้  จากสถิติพบว่าอาหารที่อยู่ในร้านค้าทั่วไปเป็นอาหารมีพิษอยู่เป็นจำนวนมาก  นอกจากนั้นแล้วระบบการขนส่งที่รวดเร็วและทันสมัยการกระจายของเชื้อโรคจึงมีความรวกเร็วและได้ไกลมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นอาหารแช่แข็งหรือว่าอาหารที่ได้ปรุงสุกใหม่ๆ ก็มีเชื้อโรคได้เช่นกัน  การระวังจำทำได้ยากและด้วยเชื้อโรคที่มีมากกว่าเดิม  อาการเป็นพิษนั้นมีผลต่อเด็กและผู้สูงอายุจะขั้นรุนแรงมาก

อาการที่ได้รับอาหารเป็นพิษเข้าไป

                 อาการของคนที่ได้รับอาหารเป็นพิษเข้าไปจะมีอาการมากน้อยแล้วแต่ภูมิต้านทานในแต่ละคนและชนิดของเชื้อโรคที่ดีรับเข้าไปที่มีระยะฟักตัวที่แตกต่างกันไป  บางชนิดใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมง  บางชนิดใช้เวลานานมากกว่า 7 วัน  แต่โดยทั่วไปจะมีอาการท้องเสีย  ปวดท้อง  อาเจียน  หรือมีไข้ตัวสั่น  ถ่ายเป็นเลือด  หากพบว่ามีอาการรุนแรงให้รีบพบแพทย์โดยทันที  โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
                 อาการหากได้รับเชื้อมีพิษร้ายแรงมากกับคนที่มีร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว  จะทำให้อาหารรุนแรงมากโดยเฉพาะอาการของกลุ่ม  HUS  จะทำให้โลหิตได้รับผลกระทบโดยตรง  ทำให้มีอาการทางสมอง  ปวดศีรษะ  เห็นภาพหลอน  หมดสติ  โดยแพทย์มักจะใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาอาการ

ข้อควรปฏิบัติเมื่อมีอาการ

  • หากพบว่ามีอาการที่ได้รับอาหารเป็นพาเข้าไปแล้ว ให้ร่างกายเราขับของเสียออกมาก่อนถ้าอาการไม่รุนแรงให้ปล่อยให้ถ่ายและไม่ควรกินยาแก้ท้องเสียเอง  เพราะจะทำให้เชื้อโรคยังอยู่ในลำไส้  อาจจะมีอาการรุนแรงมากกว่าเดิม
  • ให้ดื่มน้ำ ท้องเสียเราจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากให้ดื่มน้ำเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ  วิธีการดื่มให้ค่อยๆจิบที่ละน้อยให้จิบบ่อยๆ  ถ้าเป็นน้ำอุ่นหรือว่าน้ำชาก็ดี  หรือผสมกับน้ำเกลือแร่เข้าไปจะทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจนเกินไป  งดดื่มน้ำหวานและนม
  • หากอาเจียน ให้นอนตะแคงเพื่อไม่ให้อาหารไหลย้อยกลับ
  • งดอาหารประเภท ของมัน  ของเผ็ด  ของดอง  นม  หรือว่าผักผลไม้ไปก่อน  จนกว่าจะแน่ใจว่าหายดีแล้วจึงค่อยกิน
  • อาหารที่ควรทาน จะเป็นอาหารที่ย่อยง่าย  อย่างเช่นข้าวต้ม  โจ๊ก  หรืออื่นๆ  ตามที่แพทย์แนะนำให้
  • ป้องกันการติดต่อ หลังจากที่ได้รับเชื้อโรคเข้าไปแล้วอาจจะไปติดต่อกับผู้อื่นได้  การรักษาความสะอาดไม่ว่าเสื้อผ้าที่ต้องทำการฆ่าเชื้อ  หรือว่าต้องคัดแยกในการซัก  การทำความสะอาดเครื่องใช้ต่างๆ ด้วยเพื่อไม่ให้เชื้อโรคกระจายไปที่อื่น

การป้องกันอาหารเป็นพิษ

              สารพิษ  ที่อยู่ในอาหารเกิดได้หลายสาเหตุ  อย่างเช่นติดเชื้อจากวัตถุเอง  การติดเอจากอุปกรณ์เครื่องครัวปรุงด้วยความร้อนและในระยะเวลาไม่พอทำให้เชื้อโรคนั้นตาย  การรับประทานอาหารไม่สุก  การเก็บอาหารเป็นระยะเวลานาน  ดังนั้นการที่จะป้องกันได้นั้นสามารถป้องกันได้ดังนี้

  • การล้างมือ มือของเรานั้นในแต่ละวันได้สัมผัสอะไรมาบ้าง  เชื้อโรคจำนวนมากที่อยู่ในมือดังนั้นแล้วควรที่จะล้างมือให้บ่อย  และต้องล้างให้ถูกวิธีด้วย  โดยเฉพาะก่อนการรับประทานอาหาร
  • เลือกร้านอาหาร ร้านอาหารที่น่าเชื่อถือหรือว่าเรารับประทานอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว  โดยร้านจะต้องมีสถานที่สุขลักษณะ  ทั้งภายนอกภายในร้านและในครัว  ขั้นตอนการทำอาหารต้องสะอาดและวัตถุดิบด้วย
  • ทำความสะอาด การทำความสะอาดจะต้องทำทั้งหมดในครัวไม่ว่าจะเป็นเครื่องครัว  จานชามให้สะอาดหมดจด  เศษอาหารควรเก็บให้เรียบร้อย  และควรให้แดดส่องมายังที่ครัว
  • การปรุงด้วยความร้อน ความร้อนที่ควรใช้ควรจะเป็น 75 องศาเซลเซียส  เป็นเวลาอย่างน้อย 1 นาที
  • การเก็บอาหาร อาหารสด  อาหารคาว  หรือชนิดต่างๆ  ให้เก็บไว้ในที่เหมาะสม  อาหารที่ปรุงเสร็จแล้วไม่ควรทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมง  หากเก็บไว้ควรนำเข้าตู้เย็น  และก่อนทานควรอุ่นด้วยความร้อนเสียก่อน

 

ลิงค์ที่มาข้อมูล : http://www.krabork.com/2015/06/20/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9/#more-2819