Loading...

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี)

The Regional Environment Office 13 (Chonburi)

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
ข่าวสารหน่วยงาน

การพยากรณ์อากาศ

การพยากรณ์อากาศ

    เราจะเห็นได้ว่าการพยากรณ์อากาศนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำรงชีวิตไม่ว่าจะเป็นการเกินทางไปยังที่ต่างๆ ต้องตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทางเกษตกรจำเป็นต้องพึ่งฝนและแดดในการทำกสิกรรม ชวยประมงต้องทราบข่าวสารเกี่ยวกับพายุคลื่นทะเล หากเป็นเรือเล็กจะต้องกดออกจากฝั่งซึ่งมีความจำเป็นมากหากเกินเรือไปอาจอันตราย สำหรับเรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบหน้าที่นี้ก็คือกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม 
ความหายของการพยากรณ์อากาศคือ การคาดคะแนนสภาพอากาศของ ลมฟ้า อากาศ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและภัยพิบัติ ไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือต่างๆที่มีความสำคัญอย่างเช่น เครื่องวัด  ความกดอากาศ แรงลม รวมไปถึงภาพถ่ายทางดาวเทียมที่มีความแหม่นยำสูงในการคาดคะเนการพยากรณ์อากาศนั้นแบ่งได้มีระยะคาดการณ์ไว้มีดังนี้
1. ระยะปัจจุบัน เป็นระยะไม่เกิน 2 ชั่วโมง
2. ระยะสั้นมาก เป็นระยะ 3- 12 ชั่วโมง
3. ระยะสั้น เป็นระยะ 12 – 72 ชั่วโมง
4. ระยะปานกลาง เป็นระยะ 3 – 10 วัน
5. ระยะนาน เป็นระยะ 10 ขึ้นไป
ซึ่งระยะยาวนานเท่าไหร่ก็มีความคาดเคลื่อนเท่านั้น แต่สามารถที่จะคำนวณเครื่องอากาศที่มีผลกระทบขนาดใหญ่อย่างเช่นการเคลื่นตัวของมรสุม
องค์ประกอบของพยากรณ์อากาศ
1. ตรวจสอบอากาศ เป็นการตรวจสอบสภาพอากาศ จะมีการตรวจอากาศในภาวะปัจจุบันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่อากาศ ท้องฟ้า พื้นผิวของโลก อุณหภูมิความชื้นของอากาศ ความกดอากาศ ลม ระดับน้ำทะเล เป็นระยะเวลานั้นๆ โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่ในการคาดคะเน
2. การสื่อสารทางอากาศ เป็นการส่งข้อมูลระหว่างสถานีตรวจสอบสภาพอากาศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศและระหว่างประเทศ โดยในประเทศจะมีการสื่อสารกับสถานีระหว่างภูมิภาคต่างๆเพื่อทำการเก็บข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ให้มีความถูกต้องมากขึ้น สำหรับระหว่างประเทศนั้นจะมีการส่งข้อมูลสภาพอากาศรหว่างกัน เพื่อทราบถึงการเกิดเปลี่ยนแปลงทางอากาศที่มีขนาดใหญ่เป็นต้น
3. การวิเคราะห์ลักษณะอากาศ หลังจากที่มีการตรวจสอบสถาพอากาศและการสื่อสารจากสถานีตรวจอากาศแล้วจึงได้นำมาวิเคราะห์ สภาพ ดิน ฟ้า อากาศ ที่ควรจะเป็นไปอย่างไร แล้วนำไปเผยแพร่ยังที่ต่างๆ โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. บันทึกผล โดยการรายงานจากการตรวจอากาศแล้วทำการบันทึกแผนที่ทางอากาศ และทำการตรวจสอบบริเวณทั้งบนบก น้ำ และอากาศ ด้วยข้อมูลที่ได้รับมา
2. การวิเคราะห์ นำข้อมูลที่ได้ทำการบันทึก โดยวิธีการจะทำข้อมูลนั้นมาวางแพลนในแผนด้วยการลาดเส้นไปตามแนวของสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นและทิศทางของลมยายุหรือ อุณหภูมิที่ได้รับรายงานมาเพื่อคาดการณ์ระยะทางและทิศทางต่างๆ
3. คาดการเป้าหมาย เป็นการคาดดาร์ความเปลี่ยนของทิศทางพร้อมด้วยความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น จะอยู่ไปในทางใด
4. กำหนดเป้าหมายและขอบเขตของความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตามสภาพการณ์ต่างๆ ที่ได้ทำการวิเคราะห์มาพร้อมกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนมากที่สุด ว่าจะเปิดขึ้นเมื่อไหร่ ระยะเวลาของการเกิด
5. ขั้นตอนสุดท้ายคือการรายงานสภาพอากาศ ไปยังสื่อต่างๆ พร้อมแจ้งข่าวสารต่อสถารนะในที่ต่างๆ พร้อมการแจ้งเตือนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย
    เครื่องของอุตุนิยมวิทยา
เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบสภาพอากาศที่เกิดขึ้น โดยตรงอาศัยเครื่องมือจากหมากหมายเพื่อวิเคราะห์สภาพอากาศของทุกพื้นที่ในระยะเวลาที่สามารถทำได้ โดยการวันจากภาคพื้นดินได้แต่ อุกณหภูมิ ความชื้น ความลมและทิศทางของลม จากภาพถ่ายทางอากาศ เป็นต้น
– เทอร์มอมิเตอร์
– มาตรวัดน้ำฝน หากน้ำฝนเยอะคาดถึงดินที่ไหร่ภูเขาอาจจะถล่ม
– เครื่องวัดความเร็วลม
– เครื่องวัดความกดอากาศ
– ดาวเทียมตรวจสภาพอากาศ ซึ่งประเทศไทยใช้ ดาวเทียม NOAA จากสหรัฐอเมริกา และดาวเทียม GMS ของญี่ปุ่น สามารถตรวจสอบความกดอากาศ มรสุม เมฆที่กำลังก่อตัวในมหาสมุทรได้
– เรดาร์ ใช้สำหรับใช้ในการตรวจสอบลมพายุ ฝน ฟ้าคะนอง โดยส่งคลื่นวิทยุความถี่สูง ในการตรวจสอบและค้นหาเป้าหมายของเมฆและ พายุ
คำศัพท์และเครื่องหมายที่ใช้ในการพยากรณ์อากาศ
คำศัพท์ที่มีการใช้แทนในเรื่องของการายงานสภาพอากาศ ตามข่าวต่างๆ นั้น หากเราต้องการทราบข้อมูลที่แท้จริงจึงทราบความหมายที่ข่าวรายงานได้ ซึ่งมีคำที่จำแนกได้ดังนี้
1. อากาศ
– อากาศร้อนจัดสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส
– อากาศร้อน 35 – 40 องศาเซลเซียส
– อากาศเย็น 16 -23 องศาเซลเซียส
– อากาศหนาว 8- 16 องศาเซลเซียส
– อากาศหนาวจัด ต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส
2. ปริมาณฝนตก
– ฝนตกเล็กน้อย 0.1 – 10 มิลลิเมตร
– ฝนตกปานกลาง 10.1- 25.0 มิลลิเมตร
– ฝนตกหนัก ฝนตกมีปริมาณ 35.1 – 90.0 มิลลิเมตร
– ฝนตกหนักมาก มีปริมาณ 90.1 มิลลิเมตรขึ้นไป
3. บริเวณฝนตก
– ฝนตกบางพื้นที่ มีฝนตกน้อยกว่า 20 % ของพื้นที่
– ฝนตกกระจายเป็นแห่ง มีฝนตั้งแต่ 20 % ขึ้นไปจนถึง 40 %
– ฝนตกกระจาย เป็นฝนตก 40 % แต่ไม่เกิน 60 %
– ฝนเกือบทั่วไป 60% ไปจนถึง 80%
– ฝนตกทั่วไป 80% ของพื้นที่

4. เมฆบนท้องฟ้า โดยเป็นการกำหนดเป็นส่วนของท้องฟ้า แต่ละภาคหรือว่าพื้นที่ตามที่กำหนด
– ท้องฟ้าแจ่มใส เป็นท้องฟ้าที่ไม่มีเมฆหรือว่ามีแค่ 1 ส่วนต่อท้องฟ้าเท่านั้น
– ท้องฟ้าโป่ง ท้องฟ้าจะมีเมฆ 1 – 3 ส่วนของท้องฟ้า
– ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน 3 – 5 ส่วนของท้องฟ้า
– ท้องฟ้ามีเมฆเป็นส่วนมาก 5 – 8 ส่วนของท้องฟ้า
– ท้องฟ้ามีเมฆมาก ท้องฟ้าที่มีเมฆ 8 -9 ส่วนของท้องฟ้า
– ท้องฟ้ามีเมฆเต็มท้องฟ้า จะมีเมฆ 9 – 10 ส่วนของท้องฟ้า
สำหรับการพยากรณ์อากาศนั้นจะมีประโยชน์ต่อด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประมงที่ต้องตรวจสอบก่อนการเกิดเรือจับปลา ด้สนการเกษตร จะได้ทราบช่วงไหนฝนตกบ้างวันไหนมีแดด จะได้ปลูกและกำหนดวันได้อย่างเหมาะสม ด้านการก่อสร้างต่างๆ อาจจะไม่สามารถทำได้หากว่าช่วงฝนตกหนัก และยังด้านอื่นๆ อย่างเข่นการเดินทาง เป็นต้น

 

ลิงค์ที่มาข้อมูล : http://www.krabork.com/2014/08/19/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8/#more-1889