ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

ทส. หารือ องค์กรภาคประชาสังคมและชุมชนประมงไทย หาแนวทางจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ องค์กรภาคประชาสังคมและชุมชนประมงไทย หาแนวทางจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ องค์กรภาคประชาสังคมและชุมชนประมงไทย หาแนวทางจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2564) เวลา 13.00 น. นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ (ออนไลน์) สังเคราะห์องค์ความรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ประเทศไทย ณ ห้องประชุม วอร์รูม (War Room) ชั้น 10อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) ซึ่งจัดขึ้นโดย มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีผู้แทนจากเครือข่ายชุมชนชายฝั่งเข้าร่วมในการสัมมนา กว่า 50 คน 

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญ ของการร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อฟันฝ่าวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกและมีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นจริง และต้องยอมรับว่ามนุษย์มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ที่เพิ่มขึ้นแม้เพียง 1 องศาเซลเซียส ก็ส่งผลกระทบมากมายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สภาวะสิ่งแวดล้อม ปะการังฟอกขาว การเพิ่มสูงขึ้นของน้ำทะเล และการดำรงชีวิตของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งมีความเปราะบาง มีชายฝั่งทะเล มีชุมชนตั้งถิ่นฐาน และถูกจัดลำดับว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นลำดับที่ 9 ดังนั้น หากปล่อยให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น 2 องศาเซลเซียส จะเกิดผลกระทบหลายเท่าตัว และยากที่จะย้อนกลับมาได้ การสร้างความตระหนักรู้และการเรียนรู้จะทำให้เราสามารถปรับตัวกับ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีภูมิคุ้มกันได้

รองปลัดกระรวงฯ ยังกล่าวอีกว่า ด้วยผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงเป็นสาเหตุ ที่นานาชาติรวมถึงประเทศไทยต้องร่วมกันหารือเพื่อควบคุมอุณหภูมิ ของโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่ง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กล่าวแสดงเจตจำนงในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (UNFCCC COP26) ว่า ประเทศไทยจะดำเนินงาน เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 พร้อมเน้นย้ำว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมมีความยินดีที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่

แกลเลอรี่