ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

รมว.ทส. เผย แนวทาง มุ่งสู่ Carbon neutrality และ Net Zero GHG Emission ของไทย

รมว.ทส. เผย แนวทาง มุ่งสู่ Carbon neutrality และ Net Zero GHG Emission ของไทย

รมว.ทส. เผย แนวทาง มุ่งสู่ Carbon neutrality และ Net Zero GHG Emission ของไทย

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ณ Thailand Pavilion เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีในการประชุม COP26 เกี่ยวกับเป้าหมาย Carbon neutrality และ Net Zero GHG Emission ของไทย ว่า ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ ได้ดำเนินการตามเป้าหมาย NAMA ซึ่งเป็นการลดก๊าซเรือนกระจกโดยสมัครใจ ภายในปี ค.ศ. 2020 ที่ตั้งเป้าหมาย ลดก๊าซเรือนกระจกไว้ ร้อยละ 7-20 ซึ่งล่าสุด พบว่า ประเทศไทยสามารถดำเนินการได้แล้ว ร้อยละ 17 เมื่อปี ค.ศ. 2019 

นอกจากนั้น ประเทศไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศของอาเซียนที่ได้จัดส่งยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำต่อสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเรียบร้อยแล้ว (อีก 2 ประเทศ คือ สิงคโปร์และอินโดนีเซีย) โดยได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานเป็นระยะ เริ่มจากปี ค.ศ. 2030 ประเทศไทยมีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ NDC ร้อยละ 20-25 แต่หากได้รับการสนับสนุนทางการเงิน เทคโนโลยี และการเสริมสร้างขีดความสามารถจากความร่วมมือระหว่างประเทศและทั้งภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ รวมถึงทวิภาคีและพหุภาคีอื่น จะทำให้ประเทศไทยสามารถยกระดับเป้าหมายนี้ได้ถึง ร้อยละ 40 ซึ่งเป้าหมายนี้อยู่ในการศึกษาที่ประเทศไทยได้ทำการศึกษามาตั้งแต่แรกในส่วนที่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากต่างประเทศ 

หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 2035 ประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนตลาดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เป็นรถใหม่ให้ได้ ร้อยละ 69 จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งประมาณ  ร้อยละ 30 จากนั้น ในปี ค.ศ. 2037 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มการกักเก็บและดูดกลับของคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคป่าไม้ให้ได้ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 

ทั้งนี้ สำหรับคำถามเกี่ยวกับการเข้าร่วมปฏิญญากลาสโกว์ระดับผู้นำในด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Glasgow Leaders’ Declaration on Forests and Land Use) ที่มีการรับรองในการประชุม COP26 นี้  ซึ่งปัจจุบันมีประเทศ   ต่างๆ เข้าร่วมแล้วกว่า 130 ประเทศนั้น ขอย้ำว่า การที่ประเทศไทยยังไม่ได้เข้าร่วมในปฏิญญาดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยไม่เห็นด้วย แต่มีสาเหตุมาจากความจำเป็นที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายภายในประเทศให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาสารัตถะ ก่อนจะดำเนินการเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป

ท้ายที่สุด ในปี ค.ศ. 2050 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายจะมีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และจะมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2065 อย่างไรก็ดี หากประเทศไทยได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจากต่างประเทศในการดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติม จะทำให้สามารถขยายออกไปให้ครอบคลุมมาตรการ สาขาและก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ได้มากขึ้น เช่น การลดก๊าซไนตรัสออกไซด์จากโรงงาน และการลดก๊าซมีเทนจากการทำนา เป็นต้น ซึ่งการดำเนินงานเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีและการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยน  โดยไม่เป็นภาระเพิ่มเติมเกินความจำเป็นแก่ผู้ประกอบการและเกษตรกร โดยประเทศไทยจะได้เร่งดำเนินความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้สามารถมุ่งบรรลุตามเป้าหมายที่มีความท้าทายนี้ได้ต่อไป

แกลเลอรี่