Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ทส. ร่วม ครม. ลงพื้นที่เยี่ยมชมมรดกผืนป่าชายเลนภาคตะวันออก และการบริหารจัดการ 4 น้ำ ณ บ้านเปร็ดใน จังหวัดตราด

ทส. ร่วม ครม. ลงพื้นที่เยี่ยมชมมรดกผืนป่าชายเลนภาคตะวันออก และการบริหารจัดการ 4 น้ำ ณ บ้านเปร็ดใน จังหวัดตราด

      วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2561) พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางร่วมกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งนำโดย พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริและเยี่ยมชมการบริหารจัดการน้ำและป่าชายเลนชุมชนบ้านเปร็ดใน ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง จังหวัดตราด
       นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เยี่ยมชมจุดศึกษาดูงานในพื้นที่บ้านเปร็ดใน 4 จุด ได้แก่
่       จุดที่ 1 ป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน มรดกผืนป่าตะวันออก ซึ่งเป็นป่าชายเลนใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ ชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนบ้านเปร็ดใน จัดเวรยามดูแลป่าชายเลน ป้องกันการลักลอบตัดไม้ เผาถ่าน และจัดทำแผนการจัดการป่าชายเลนชุมชน โดยศึกษาสภาพป่า ทำแนวเขต ทำแผนที่ แบ่งพื้นที่การจัดการ วางกฎระเบียบและข้อตกลงในการใช้ประโยชน์ทรัพยากร ขยายเครือข่ายไปยังชุมชนใกล้เคียง เพื่อจัดการป่าชายเลนและแก้ปัญหาหน้าทะเลร่วมกัน 
       จุดที่ 2 ระบบการบริหารจัดการน้ำจืด – น้ำเค็ม  แนวกันชนน้ำจืดดุลน้ำเค็ม เพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำจืดและกันน้ำเค็มรุก ชุมชนได้ประยุกต์แนวคิดจากการทำฝายประเภทต่างๆ และบานประตูปิด-เปิด มาใช้กักเก็บน้ำจืดไว้ในพื้นที่ให้นานที่สุดและเป็นแนวกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่เกษตร ซึ่งกลุ่มบริหารจัดการน้ำบ้านเปร็ดในได้ร่วมกันสำรวจพื้นที่ในชุมชนที่พอจะกักเก็บน้ำได้ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสำรวจและจัดเก็บข้อมูล เช่น เครื่องระบุพิกัด GPS แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม และกล้องส่องระดับ เพื่อนำมาวิเคราะห์ดูความลาดเทของพื้นที่ และประกอบการวางแผนการบริหารจัดการน้ำ จนชุมชนสามารถกักเก็บน้ำจืดได้เป็นระยะเวลานานและเพิ่มปริมาณน้ำให้กับสระน้ำประจำสวนของชาวบ้าน ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งได้ 
       จุดที่ 3 การสำรองและกักเก็บน้ำจืด ชุมชนได้พัฒนาบ่อกุ้งร้างเป็นสระแก้มลิง เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำจืดได้รวม 1,776,505 ลบ.ม. และปรับพื้นที่เกษตรเป็นร่องสวน เพื่อกักเก็บน้ำจืดให้อยู่ในพื้นที่และร่องสวนของเกษตรกรให้นานที่สุด และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในฤดูฝน ระยะทาง 9,776 เมตร ในพื้นที่ 12.2 ไร่ ปริมาตร 29,330 ลบ.ม.  นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งน้ำจืดที่ใช้กันน้ำเค็มที่จะเข้าสู่แหล่งกักเก็บน้ำของชาวสวน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้น้ำกร่อย รวมถึงขยายลำรางที่ตื้นเขินต่างๆ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากลำรางสำหรับกักเก็บน้ำในช่วงหน้าฝนและสามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้น
     จุดที่ 4 เกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ ในปี 2559 ชาวบ้านบ้านเปร็ดในเกิดแนวคิดที่จะทำเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ รวมกลุ่มดำเนินงานการและขยายผลเพิ่มขึ้นทุกปี โดยการจัดสรรแปลงเกษตรอย่างเป็นรูปแบบ ใช้พื้นที่เพาะปลูกให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการจัดทำปฏิทินการผลิต วางผังการผลิตรายแปลง จัดวางระบบสำรองน้ำและระบบกระจายน้ำ ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ทำเกษตรแบบพอเพียงไม่ทำเกินกำลัง มีผลผลิตที่หลากหลาย เน้นบริโภคเอง แบ่งปันเพื่อนบ้าน และขายบ้าง ช่วยลดรายจ่ายเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 24,000 บาท/ครัวเรือน/ต่อปี และเพิ่มรายได้ 36,000 บาท/ครัวเรือน/ต่อปี
      ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ จัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ บ้านเปร็ดใน จังหวัดตราดนับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามแนวพระราชดำริที่มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกให้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้จากความสำเร็จของชุมชนที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ร่วมกับการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาการจัดการน้ำชุมชนและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำจืด เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการจัดการป่าชายเลน ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำจืดแห่งเดียวของประเทศไทย โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำ ร่วมกันบริหารจัดการ 4 น้ำ ทั้งน้ำเค็ม น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเสียใช้น้ำจืดดันน้ำเค็ม ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำกร่อยและน้ำเค็มรุกพื้นที่เกษตร ชุมชนร่วมกันกำหนด กฎ กติกา ในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในชุมชน ร่วมกันฟื้นฟูป่าชายเลน เป็นเครื่องกรองน้ำธรรมชาติ ทำให้ปัญหาน้ำเสียของชุมชนหมดไป เกิดเครือข่ายชุมชน และเยาวชน ที่ร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากร รวมทั้งมีการตั้งกองทุนสัจจะสะสมทรัพย์ ช่วยชุมชนปลดหนี้สิน แก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้สำเร็จเป็นแบบอย่างให้ชุมชนอื่นได้มาศึกษาเรียนรู้โดยใช้พื้นที่จริงของชุมชน อธิบายผ่านแผนที่และภาพความเปลี่ยนแปลง ให้เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม 

ข่าว : แก้วใจ ภาพ/เผยแพร่ :จันทร์เพ็ญ

แกลเลอรี่