ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

“ปลัดฯ จตุพร” ระดมผู้ประกอบการใช้น้ำบาดาล พบ “บิ๊กป้อม” ชู “น้ำบาดาล” เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย ต้องใช้อย่างยั่งยืน

“ปลัดฯ จตุพร” ระดมผู้ประกอบการใช้น้ำบาดาล พบ “บิ๊กป้อม” ชู “น้ำบาดาล” เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย ต้องใช้อย่างยั่งยืน

“ปลัดฯ จตุพร” ระดมผู้ประกอบการใช้น้ำบาดาล พบ “บิ๊กป้อม” ชู “น้ำบาดาล” เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย ต้องใช้อย่างยั่งยืน 


วันนี้ (1 กรกฎาคม 2565) เวลา 09.30 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำบาดาลในกระบวนการผลิต ร่วมให้การต้อนรับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานเปิดการประชุมสร้างภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการน้ำบาดาล ภายใต้แนวคิด “น้ำบาดาลเพิ่มมูลค่า พัฒนาเศรษฐกิจไทย” ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ  


พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยมีธุรกิจภาคอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีการใช้น้ำบาดาลในกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม อาหารและยา ฟอกย้อม สิ่งทอ ฟอกหนัง กระดาษ ยางรถยนต์ งานอิเล็กทรอนิกส์ ห้องเย็น ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบ เป็นต้น และมีแนวโน้มการใช้น้ำบาดาลเพิ่มมากขึ้นทุกปี จึงต้องมีการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบกิจการน้ำบาดาล เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อมีการใช้น้ำบาดาลแล้ว ต้องคำนึงถึงการเก็บน้ำ เติมน้ำใต้ดินไว้ด้วย ทั้งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะน้ำบาดาลที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนและเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนการผลิตของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมนั้น รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้สำรวจหาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ในระดับความลึกมากกว่า 600 - 1,000 เมตรขึ้นไป ที่มีศักยภาพสูงและมีคุณภาพดี รวมถึงการขยายพื้นที่สำรวจหาแหล่งน้ำบาดาลบนเกาะต่าง ๆ ของประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ช่วยสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ


ทั้งนี้ ประเทศไทยมีแหล่งน้ำบาดาลกระจายอยู่ 27 แห่งทั่วประเทศ มีปริมาณการกับเก็บน้ำในชั้นน้ำบาดาล 1.13 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณการใช้น้ำบาดาลทั้งจากบ่อของภาครัฐและภาคเอกชนรวมปีละกว่า 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จากบ่อน้ำบาดาลมากกว่า 200,000 บ่อทั่วประเทศ โดยเป็นบ่อน้ำบาดาลที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเพื่อใช้ประกอบกิจการในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมมากกว่า 31,000 บ่อ มีสัดส่วนการใช้น้ำบาดาลปีละกว่า 380 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นรายได้เข้าสู่ภาครัฐปีละกว่า 1,680 ล้านบาท ซึ่งภาคธุรกิจอุตสาหกรรมมีการใช้น้ำบาดาลเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจากภาคธุรกิจที่มีการใช้น้ำบาดาลมีมูลค่าถึง 7.6 ล้านล้านบาท จากผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศที่มีมูลค่า 16.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 47 การประชุมสร้างภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการน้ำบาดาล ภายใต้แนวคิด “น้ำบาดาลเพิ่มมูลค่า พัฒนาเศรษฐกิจไทย” ครั้งนี้ จึงจัดขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนมีความมั่นใจในการใช้น้ำบาดาลอย่างมั่นคงและยั่งยืน เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการประกอบกิจการน้ำบาดาล สร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำบาดาล โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำบาดาลในกระบวนการผลิต เข้าร่วมรวมทั้งสิ้นกว่า 1,200 ราย 

แกลเลอรี่