ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

“วราวุธ” ร่วมเวที Shell Forum ย้ำ "Together Possible" จับมือไปด้วยกัน ก้าวสู่ Net Zero Emission

“วราวุธ” ร่วมเวที Shell Forum ย้ำ "Together Possible" จับมือไปด้วยกัน ก้าวสู่ Net Zero Emission

“วราวุธ” ร่วมเวที Shell Forum ย้ำ "Together Possible" จับมือไปด้วยกัน ก้าวสู่ Net Zero Emission 

วันนี้ (3 สิงหาคม 2565) เวลา 14.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ร่วมกล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ "Thailand's Climate Commitment and Decarbonization Journey" ในงานเสวนา Shell Forum 2022 "Decarbonization The Journey Towards Law - Carbon Economy" ณ โรงแรม Siam Kempinski กทม. ร่วมด้วย นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการและกรรมการบริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมี ผู้บริหารจากภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม เพื่อระดมความคิดและความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ บรรลุเป้าหมาย Net Zero Emission สู่โลกที่ยั่งยืน

นายวราวุธ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือกับนานาชาติและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 ดังที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ ในที่ประชุม COP26 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ซึ่งเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยว่าเราทำได้ ถ้าร่วมมือกัน “Together Possible” โดยในวันที่ 5 -6 สิงหาคม นี้ จะมีการจัดประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย หรือ TCAC โดยมี นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นการจำลองรูปแบบของการจัดประชุม COP มาเป็น COP Thailand ถือเป็นประเทศแรกของโลก ตอกย้ำประชาคมโลก ว่า ประเทศไทยตื่นตัวและดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ตามที่ได้ให้สัญญาไว้ต่อนานาอารยประเทศ ถึงเวลาแล้วที่นานาอารยประเทศจะต้องทำตามเงื่อนไขที่ได้ให้ไว้เช่นกัน 

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ใช้หลักการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบาย BCG Economy ของรัฐบาล เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานใน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านนโยบาย ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี CCS (Carbon Capture and Storage) ที่ต้องเร่งขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เนื่องจากในท้ายที่สุดแล้ว จะเป็นหัวใจสำคัญในระยะยาวของการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกของประเทศ นอกจากนี้ ยังรวมถึงด้านการลงทุน ด้านพัฒนากลไกตลาดคาร์บอนเครดิต ด้านกฎหมาย และด้านการเพิ่มแหล่งกักเก็บและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ที่มีความพร้อมให้เอกชนร่วมปลูกป่า และแบ่งปันคาร์บอนเครดิต ในพื้นที่ของรัฐแล้วประมาณ 6 แสนไร่ เพื่อส่งเสริมพื้นที่สีเขียวของประเทศไทยให้ได้ ร้อยละ 55 ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 

แกลเลอรี่