ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

คพ. เตือนปัญหาคุณภาพน้ำที่เกิดจากสาหร่ายบลูมในช่วงหน้าร้อน

คพ. เตือนปัญหาคุณภาพน้ำที่เกิดจากสาหร่ายบลูมในช่วงหน้าร้อน

คพ. เตือนแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำแควพระปรง แม่น้ำลำโดมใหญ่ แม่น้ำมูล มักพบปัญหาสาหร่ายบลูมในช่วงหน้าร้อน โดยเกิดจากน้ำมีสภาพนิ่งไม่ไหลเวียน ทำให้เกิดการสะสมของธาตุอาหาร แนะช่วงหน้าร้อนระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมนี้ ภาครัฐควรเข้มงวดในการอนุญาตระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำของสถานประกอบการต่างๆ หากแหล่งน้ำมีปัญหาสาหร่ายบลูมควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเพราะอาจเกิดผื่นคันได้

นางสุณีปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า คพ. ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในปีที่ผ่านๆมา ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม พบปัญหาสาหร่ายบลูมในช่วงหน้าร้อน ในพื้นที่ต่างๆ เช่น แม่น้ำป่าสัก บริเวณอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี แม่น้ำแควพระปรง บริเวณอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี แม่น้ำลำโดมใหญ่ บริเวณอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี แม่น้ำมูล บริเวณอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา และอ่างเก็บน้ำต่างๆ เป็นต้น โดยพื้นที่ที่พบ     ปัญหาส่วนใหญ่จะมีสิ่งปิดกั้นลำน้ำ ทำให้น้ำมีสภาพนิ่งไม่ไหลเวียนและเกิดการสะสมของธาตุอาหาร เช่น ประตูระบายน้ำ เขื่อน ฝาย เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้ปลาในลำน้ำตายเป็นจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่อง คพ. จึงมีข้อแนะนำว่าในช่วงหน้าร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมนี้ หากแหล่งน้ำมีสาหร่ายบลูมเกิดขึ้นไม่ควรสัมผัสน้ำเพราะอาจทำให้เกิดผื่นคันได้

นางสุณี กล่าวว่า ปัญหาสาหร่ายบลูม เกิดจากการที่แหล่งน้ำมีปริมาณน้ำลดน้อยลง จนมีสภาพนิ่งไม่ไหลเวียนถ่ายเท ส่งผลให้ความเข้มข้นของสารอาหารที่จำเป็นต่อพืช ได้แก่ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูงขึ้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม น้ำทิ้งจากบ้านเรือน เมื่อมีสารอาหารมากขึ้นจะไปกระตุ้นให้สาหร่ายเจริญอย่างรวดเร็วและเมื่อได้รับแสงแดดมากเพียงพอ จะลอยขึ้นมารับแสงแดดเพื่อสังเคราะห์แสง เกิดปกคลุมทั่วบริเวณผิวน้ำ โดยสามารถเกิดได้ทั้งน้ำจืดและน้ำทะเล ซึ่งการบลูมของสาหร่ายก่อให้เกิดปัญหาทางลบต่างๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่เกิดขึ้น ได้แก่ การขาดแคลนปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่พืชและสาหร่ายมีการหายใจโดยใช้ออกซิเจนในน้ำ ทำให้สัตว์น้ำขาดอากาศหายใจ และเมื่อเซลล์ของสาหร่ายตายลงพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดการย่อยสลายและทำให้แหล่งน้ำเน่าเสียจนไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ในการสังเกตในกรณีสาหร่ายเกิดการบลูมในแหล่งน้ำ จะพบสีของแหล่งน้ำเปลี่ยนไปจากปกติโดยอาจพบได้หลายสีขึ้นกับชนิดของสาหร่าย เช่น เขียว น้ำตาลเหลือง หรือ แดง เป็นต้น

นางสุณี กล่าวว่า สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาหร่ายบลูม จะต้องทำให้แหล่งน้ำเกิดการไหลเวียนถ่ายเทบ้างเป็นระยะโดยการเปิดระบายน้ำ หรือใช้เครื่องเติมอากาศ/เครื่องผลักดันน้ำเพื่อให้น้ำเกิดการผสมหมุนเวียนและเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ หากเริ่มมีสาหร่ายเกิดขึ้นให้ทำการกำจัดออกจากแหล่งน้ำก่อนที่จะเกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย เช่น ใช้กำลังคนในการตัก ใช้วัสดุดูดซับหรือเจือจางธาตุอาหารที่ละลายอยู่ในน้ำส่วนมาตรการระยะยาวจะต้องควบคุมที่ต้นทางโดยการลดปริมาณสารอาหารที่จะลงสู่แหล่งน้ำ เช่น เข้มงวดในการอนุญาตระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำของสถานประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาภัยแล้ง ส่งเสริมการบำบัดน้ำทิ้งในครัวเรือน การปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างธาตุอาหารหรือปุ๋ย    จากพื้นที่การเกษตรลงสู่แหล่งน้ำ เป็นต้น

ภาพและข่าว: กรมควบคุมมลพิษ, เผยแพร่: อาทิตยา

แกลเลอรี่