ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

ทส. เตรียมจัดงานวันน้ำโลก ประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด “วิถีน้ำ วิถีธรรมชาติ” ในวันที่ 22 มีนาคมนี้

ทส. เตรียมจัดงานวันน้ำโลก ประจำปี 2561  ภายใต้แนวคิด “วิถีน้ำ วิถีธรรมชาติ” ในวันที่ 22 มีนาคมนี้
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ เตรียมจัดงานวันน้ำโลก ประจำปี 2561 มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีเสวนา เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนทรัพยากรน้ำของประเทศไทย ทั้งในปัจจุบันและอนาคตซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดไทยนิยม ยั่งยืน โดยจัดงานภายใต้แนวคิด “วิถีน้ำ วิถีธรรมชาติ” ในวันที่ 22 มีนาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร โดยโอกาสนี้ (13 มีนาคม 2561) นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการแถลงข่าว ณ ห้องประชุม 301 อาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ด้วยองค์การสหประชาชาติ ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแย่งชิงน้ำได้ในอนาคต ดังนั้น เพื่อให้ทุกประเทศตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ และกระตุ้นให้ประชาคมโลกร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำโดยช่วยกันดูแล บำรุงรักษา และการพัฒนาแหล่งน้ำ อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน องค์การสหประชาชาติ จึงประกาศให้วันที่ ๒๒ มีนาคมของทุกปีเป็นวันน้ำโลก โดยในปี 2018 ได้กำหนดหัวข้อ “Nature-based Solutions for Water”
โอกาสนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ จึงได้กำหนดจัดงานสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติและวันน้ำโลกขึ้น ภายใต้แนวคิด “วิถีน้ำ วิถีธรรมชาติ” ในวันที่ 22 มีนาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นให้ความสำคัญเรื่องการจัดการน้ำในทุกด้าน โดยวิถีทางธรรมชาติ ตามแนวทางศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 อาทิ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย ด้วยการร่วมกันอนุรักษ์ พัฒนาแหล่งน้ำ และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีน้ำสะอาด ปราศจากสารปนเปื้อน เพื่อการอุปโภค-บริโภคอย่างเพียงพอ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในอนาคต เป็นต้น
สำหรับรูปแบบการจัดงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย
1. การปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทรัพยากรน้ำ สร้างไทยนิยมอย่างยั่งยืน”
2. การเปิดเวทีเสวนาแสดงความคิดเห็นที่เข้มข้น 4 หัวข้อ คือ การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดน การปรับตัวต่อปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และ พื้นที่ตัวอย่างกับการบริหารจัดการน้ำที่ประสบความสำเร็จ
3. การจัดนิทรรศการที่มีชีวิตและนิทรรศการยุทธศาสตร์น้ำในทุกด้าน
 
สำหรับเรื่องผลการประชุมคณะทำงานร่วมสาขาทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 2 ภายใต้กรอบความร่วมมือ แม่โขง – ล้านช้าง ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะเสริมสร้างด้านความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำกับจีน ตลอดจนการวิจัยร่วมด้านการจัดการสภาวะวิกฤตด้านน้ำท่วมและน้ำแล้งเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถของบุคคลากรในประเทศให้มีผลเป็นรูปธรรมและสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศลุ่มแม่น้ำโขงนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
 
ส่วนเรื่องการเตรียมรับภาวะน้ำแล้ง กรมทรัพยากรน้ำ ได้ประเมินความต้องการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่นอกเขตชลประทานระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เมษายน 2561 คาดว่ามีความต้องการใช้น้ำประมาณ 3,994 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะเดียวกันกรมทรัพยากรน้ำร่วมกับกรมชลประทานได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งระดับอำเภอทั้งในพื้นที่นอกเขตชลประทานและพื้นที่ในเขตชลประทาน พบว่า มีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งใน 23 จังหวัด 74 อำเภอ โดยส่วนมากมีความเสี่ยงในระดับปานกลาง ยกเว้นอำเภอเดียวที่มีความเสี่ยงสูง คือ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ในการนี้ กรมทรัพยากรน้ำ ได้เตรียมการบรรเทาปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน โดยจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือต่าง ๆ ประจำในพื้นที่พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชน ประกอบด้วย รถยนต์บรรทุกน้ำ จำนวน 106 คัน เครื่องสูบน้ำ จำนวน 304 เครื่อง รถแจกจ่ายน้ำ จำนวน 22 คัน ตู้ผลิตน้ำดื่ม จำนวน 6 เครื่อง และเครื่องผลิตน้ำประปาจำนวน 6 เครื่อง นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อให้มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งเตรียมความพร้อมของจุดจ่ายน้ำบาดาลถาวรสำหรับบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนทั้งอยู่นอกเขตชลประทานและในเขตชลประทาน อีกด้วย
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ทางสายด่วน Green Call 1310 กด 5 และสามารถติดตามสถานการณ์น้ำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง www.dwr.go.th
 
ภาพและเผยแพร่: อาทิตยา, ข่าว: จันทร์เพ็ญ

แกลเลอรี่