Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

รมว.ทส. มอบผู้บริหาร ทส. และกรมป่าไม้ ออกไปเร่งแก้ไขปัญหา ‘พื้นที่เอกสารสิทธิ์ และเขตป่าสงวนฯ ทับซ้อนกัน’ อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร

รมว.ทส. มอบผู้บริหาร ทส. และกรมป่าไม้ ออกไปเร่งแก้ไขปัญหา ‘พื้นที่เอกสารสิทธิ์ และเขตป่าสงวนฯ ทับซ้อนกัน’ อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร

นายประลอง ดำรงค์ไทย โฆษก ทส.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.61 เวลา 13.30 น. พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้มอบหมาย ให้ นายเสริมยศ สมมั่น หน.ผต.ทส. นายประลอง ดำรงค์ไทย ผต.ทส. นายอรรถพล เจริญชันษา รอง อปม. นายประชัญ คำมาบุตร ผอ.สจป.4 สาขา.นว. นายภูษิต พรหมมานพ ผู้เเทน ผอ.สจด.กปม. ผอ.สปฟ. ผอ.สจด. ปจ.พจ. ไปแก้ไขปัญหา ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานเกี่ยวข้องระดับจังหวัดได้แก่ รอง ผวจ.พิจิตร กอ.รมน.พจ. ป้องกันจังหวัดพิจิตร เจ้าพนักงานที่ดิน ผจก.ธกส.พิจิตร โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด จนท.ตร. พร้อมด้วยราษฎร ต.คลองทราย อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร จำนวนประมาณ 100 คน เพื่อร่วมกันประชุมและรับทราบปัญหา กรณีพื้นที่เอกสารสิทธิ์ และเขตป่าสงวนเเห่งชาติ ป่าวังทองฝั่งซ้าย ทับซ้อนกัน จึงให้หาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
โดยมีข้อสรุปในการประชุมดังนี้ 
     📌ข้อเท็จจริง
     1. พื้นที่ปัญหาดังกล่าวในอำเภอสากเหล็ก(3 ตำบล 11 หมู่บ้าน) มีราษฎรครอบครอง 1,504 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 18,000 ไร่ เป็นโฉนด 12,534 ไร่ นส3 3,169 ไร่ ปัจจุบันยังไม่มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แต่อย่างใด ที่เหลืออีกประมาณ 387 แปลง (ประมาณ 3,000 ไร่) อยู่ระหว่างการสำรวจรังวัดออกเอกสารสิทธิ์ แต่ที่มีปัญหาจริงๆ ที่ติดในเขตป่ามีประมาณ 500 ราย เนื้อที่ประมาณ 11 ,000 ไร่
     2. ราษฏรร้องเรียนว่าโฉนดและนส3ก ปัจจุบันทาง ธกส. ไม่สามารถให้ใช้เป็นหลักทรัพย์ในการกู้เงินได้ เนื่องจากติดอยู่ในเขตป่า เกรงว่าจะมีการเพิกถอนในภายหลัง ส่วนที่ดินที่ราษฎรได้ยื่นเรื่องราวขอออกเอกสารสิทธิ์ทางที่ดินก็ได้ถูกระงับการออกเอกสารไปก่อนเนื่องจากยังไม่ได้ข้อยุติเกี่ยวกับเขตป่าสงวนฯที่ทับซ้อน
     3. ราษฎรที่ร้องเรียนยืนยันว่าได้อยู่กินมาก่อนเป็นเวลานานแล้ว ขอให้มีการยกเลิกประกาศเขตป่าสงวนฯ ดังกล่าว

     📌คณะทำงานได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่า รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีฯ และ ท่าน รมว.ทส. เป็นห่วงปัญหาเรื่องนี้มาก จึงมอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงของทส.มาเพื่อรับฟังปัญหาและช่วยหาทางแก้ไขปัญหาให้ราษฎร โดยให้แยกประเด็นปัญหา แล้วแก้ไขปัญหาที่ทำได้ทันที และนำเสนอหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาข้อกฏหมาย ผลการประชุมหารือปรากฏผลสรุป ดังนี้
     1. ประเด็นเรื่องการยกเลิกป่าสงวนฯในพื้นที่ประมาณ 39 ตารางกิโลเมตร ที่ประกาศตามกฏกระทรวงปี 2509 และมีมติครม.ในปี 2515 ให้กันพื้นที่บางส่วนโดยให้ สปก.ไปปฏิรูปนั้นกรมป่าไม้  จะเร่งนำไปตรวจสอบรายละเอียดเพื่อพิจารณาเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา
     2. เรื่องที่ได้มีการเตรียมการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจำนวน 387 แปลงที่ทางที่ดินจังหวัด  กำลังจะออกโฉนด ขอให้ทางกรมป่าไม้พิจารณา นำไปตรวจสอบและประสานกับทางกรมที่ดินอีกครั้งหนึ่ง ว่ามีแนวทางที่จะสามารถกระทำได้อย่างไร
     3. เนื่องจากเอกสารสิทธิ์ตราบใดที่ยังไม่มีการเพิกถอนถือว่ายังชอบด้วยกฏหมาย ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ ได้รับปากในการที่จะให้กู้ โดยใช้โฉนดได้ทั้งนี้ จะพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละราย ซึ่งทางกรมป่าไม้เองก็ยังไม่ได้มีแนวทางขอให้มีการเพิกถอนแต่อย่างใด แต่สำหรับประเด็นเอกสารที่เป็น นส.3 ทาง ธกส. จะต้องขอความชัดเจนจากทางกรมป่าไม้ซึ่งกรมป่าไม้เอง  ก็จะนำไปพิจารณาและประสานกับทาง ธกส. เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและชาวบ้านสามารถใช้ นส. 3 เพื่อจะเป็นหลักฐานในการขอกู้เงินยืมได้
     4. สำหรับประเด็นเรื่องใบเหยียบย่ำหรือภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5) ตามที่ราษฎรแจ้งว่าได้เสียภาษีมาโดยตลอดนั้นให้เก็บไว้อย่าทิ้ง และให้ทางชาวบ้าน ได้เก็บไว้เพื่อใช้สําหรับในขั้นตอนประกอบการสอบสวนสิทธิ กรณีมีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินเพราะถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่แสดงว่าได้ทำกินในที่ดินดังกล่าวมาก่อนจริง
      📌คณะผู้บริหารทส.และกรมป่าไม้  กล่าวให้คำมั่นใจกับกลุ่มราษฎรว่าจะเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้โดยเร็ว ทั้งนี้บรรยากาศการชี้แจงครั้งนี้ไม่มีเหตุวุ่นวายแกนนำ(ลุงเสน่ห์ฯ)และราษฎรพึงพอใจและขอบคุณที่ทส.ให้ความสนใจเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว 

     📌แนวทางการดำเนินการขั้นต่อไป
     -  โฆษกทส. เผยว่า คณะทำงานทส. โดยกรมป่าไม้จะเร่งรัดประมวลข้อเท็จจริงพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อนำเสนอ รมว.ทส. โดยด่วนต่อไป

แกลเลอรี่