Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กรมอุทยานแห่งชาติฯ แถลงข่าวการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมโชว์ผลงาน “พญาเสือ”

กรมอุทยานแห่งชาติฯ แถลงข่าวการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมโชว์ผลงาน “พญาเสือ”

กรมอุทยานแห่งชาติฯ แถลงข่าวการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมโชว์ผลงาน “พญาเสือ”

 

 วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงข่าวการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมแถลงผลงานชุดพญาเสือ ดังนี้
 
          ๑. โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙
              เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเผยแพร่พระเกียรติคุณด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยแนวทางประชารัฐ ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ "คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูล สมดุลและยั่งยืน” โดยจะดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป้องกันดูแลรักษาพื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในพื้นที่โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพัฒนาให้พื้นที่โครงการฯ เป็นแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับพระราชดำริ และระบบนิเวศป่าไม้ที่สมบูรณ์ คงความสวยงาม เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าอย่างอุดมสมบูรณ์ โดยจะดำเนินการปลูกและฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม จำนวน ๘๔ ไร่ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่ธรรมชาติ เช่น ปูทะเล ปูม้า กุ้ง ปลา จำนวน ๘,๔๐๐,๐๐๐ ตัว จัดทำเส้นทางจักรยานระยะทาง ๑,๕๐๐ เมตร พร้อมจุดพักผ่อน ลานกิจกรรมออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกาย ปรับปรุงถนนในพื้นที่โครงการ จัดทำป้ายและ QR Code ติดต้นไม้ เพื่อแนะนำให้แก่ผู้เข้าไปยังพื้นที่โครงการฯ ทั้งนี้ กำหนดเปิดตัวโครงการในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ นี้
 
          ๒. โครงการปลูกป่าประชารัฐ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๔ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙
              สืบเนื่องจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ได้ตรวจยึดคืนจากบริษัทเอกชนที่บุกรุกพื้นที่ จำนวน ๒,๗๐๓.๕๕ ไร่ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด โดยปัจจุบันสภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นบ่อน้ำสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งหากปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นฟูเองก็จะใช้เวลานาน และต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้จัดโครงการปลูกป่าประชารัฐ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๔ พรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ และเพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการปลูกป่าชายเลนจะส่งผลให้ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งเป็นไปอย่างสมดุล โดยการปลูกป่าประชารัฐในครั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะร่วมกับชุมชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่ที่ทำการตรวจยึดที่ตำบลทุ่งคา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ในเบื้องต้นจำนวน ๑๐๐ ไร่ ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้
 
          ๓. การจัดโครงการปฏิบัติธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
              เนื่องด้วยในวันที่ ๑๒ สิงหาคม และวันที่ ๕ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดโครงการปฏิบัติธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และเป็นการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิตบุคลากรทุกระดับ อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับความรู้ความเข้าใจถึงหลักธรรม และสามารถนำไปปฏิบัติใช้ในการปฏิบัติงานได้ และยังเป็นการพัฒนาจิตใจ พัฒนาพฤติกรรม และทัศนคติ และนำหลักธรรมมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ ๔ – ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ณ วัดใหม่ศรีร่มเย็น ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
 
          ๔. วันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก (๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙)
              สืบเนื่องจากวันที่ ๓๑ กรกฎาคม เป็นวันเจ้าที่พิทักษ์ป่าโลกที่ได้ริเริ่มขึ้นโดยสมาพันธ์ผู้พิทักษ์ป่าระหว่างประเทศ หรือ International Federation Ranger (IRF) เพื่อเป็นการยกย่อง ให้เกียรติ ให้กำลังใจ แก่ผู้ทำหน้าที่ปกป้องป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งระลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละทุ่มเทของ ผู้พิทักษ์ป่าที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ในแต่ละปี มีผู้พิทักษ์ป่าจากทั่วโลก ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติงานเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของไทย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้กำหนดจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก ประจำปี 2559 ขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติแก่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยมี พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน
              การจัดงานในปีนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ต้องการสร้างความตระหนักให้กับทุกภาคส่วนในสังคม เห็นความสำคัญของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ได้อุทิศตนปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและอดทน ตลอดจนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานพิทักษ์ป่าปกป้องดูแลทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยสามารถร่วมสมทบทุนผ่านกองทุนสวัสดิการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขบัญชี ๐๕๓ ๒๘๓ ๙๓๓ ๑ สาขาบางบัว ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษาป่าและช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์สืบต่อไป
              สำหรับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า จำนวน ๑๕,๗๕๐ คน ทั้งลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และพนักงานจ้างเหมา จากการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ได้ให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ารวมทั้งสิ้น ๑๙๒ ราย แบ่งออกเป็น ได้รับความบาดเจ็บ ๕๕ ราย บาดเจ็บสาหัส ๔๑ ราย ทุพลภาพ ๓ ราย และเสียชีวิต ๙๓ ราย รวมเป็นเงิน ๔,๓๗๔,๔๘๓ บาท บาท และยังมีการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตโดยการให้ทุนการศึกษาแก่บุตรผู้เสียชีวิต รวมทั้งการสร้างสวัสดิการเพื่อเป็นหลักประกัน ในการปฏิบัติหน้าที่โดยการจัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มพนักงานพิทักษ์ป่า โดยตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนถึงปัจจุบัน มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เสียชีวิตไปแล้วจำนวน ๖ ราย และได้รับบาดเจ็บ ๘ ราย
 
          ๕. วันอนุรักษ์เสือโคร่ง (๒๙ กรกฎาคม)
              ตามที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำด้านเสือโคร่ง ณ นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นการประชุมของผู้นำและรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เป็นแหล่งอาศัยของเสือโคร่งทั้ง ๑๓ ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย จีน อินเดีย เนปาล ภูฏาน บังคลาเทศ พม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ร่วมกับผู้บริหารขององค์การการเงินระหว่างประเทศ และเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) และได้ร่วมกันให้การรับรองต่อปฏิญญาเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง ที่จะใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการอนุรักษ์เสือโคร่งของโลกในอีก ๑๒ ปีข้างหน้าและให้การรับรองแผนการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งระดับโลก (Global Tiger Recovery Program,GTRP) เพื่อฟื้นฟูเสือโคร่งของ ๑๓ ประเทศที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลก และการประชุมดังกล่าวได้กำหนดให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันเสือโคร่งโลก
             สำหรับประเทศไทยได้มีการจัดตั้งวันเสือโคร่งโลกครั้งแรกในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่งานด้านการอนุรักษ์เสือโคร่งในประเทศไทยและประเทศอื่นที่เป็นแหล่งอาศัยของเสือโคร่งในธรรมชาติ และสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์เสือโคร่งแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
             สำหรับในปี ๒๕๕๙ นี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป กำหนดกิจกรรมเนื่องในวันเสือโคร่งโลก ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี จึงขอเชิญชวนทุกท่านเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์เสือโคร่งในครั้งนี้
             อนึ่ง เสือโคร่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าเขตร้อนในทวีปเอเชีย เป็นสัตว์ผู้ล่าที่อยู่ระดับบนสุดของ ปิรามิดและห่วงโซ่อาหาร ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่สำคัญที่มีผลต่อความสมดุลของระบบนิเวศ ปัจจุบันคาดว่าทั่วโลกมีจำนวนไม่เกิน ๓,๕๐๐ ตัว ในประเทศไทยมีเสือโคร่งอยู่ประมาณ ๑๘๙-๒๕๐ ตัว โดยมีประชากรหนาแน่นมากที่สุดตามแนวเทือกเขาตะนาวศรีบริเวณผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย จากการศึกษาประชากรเสือโคร่งในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง โดยสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ พบว่าประชากรเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้เพิ่มประชากรและกำลังขยายพื้นที่อาศัยไปอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติคลองลาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์เสือโคร่งที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้
 
          ๖. สรุปผลงานพญาเสือ
              จากสถานการณ์ลักลอบบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ถูกทำลายลงเป็นจำนวนมาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งมีภารกิจหลักในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมามีข้อจำกัดบางประการที่ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เกิดปัญหาขึ้น และเพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการปราบปรามผู้บุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าขึ้น โดยมีหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ หรือ หน่วย "พญาเสือ” โดยที่มีผลการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๙ – ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๙ ดังนี้
             ๑) ตรวจยึด/จับกุมการกระทำผิด ทั้งสิ้น ๒๕ คดี
             ๒) ตรวจยึดพื้นที่บุกรุกได้ ทั้งสิ้น ๒,๗๙๑ ไร่ ๑๒ ตารางวา ดังนี้
                  - ตรวจสอบการบุกรุกอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง พบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติ จำนวน ๕ หลัง เจ้าของยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเองภายใน ๙๐ วัน
                  - ตรวจสอบการบุกรุกอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นพื้นที่ที่สิ้นสุดการอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนอ่าวทุ่งคาและป่าอ่าวสวี ตรวจยึดคืน เนื้อที่ ๒,๗๐๓ ไร่ ๒ งาน ๒๐ ตารางวา ซึ่งคิดเป็นเงินค่าเสียหายของรัฐ จำนวน ๓๑๙,๙๐๗,๕๒๒ บาท (สามร้อยสิบเก้าล้านเก้าแสนเจ็ดพันห้าร้อยยี่สิบสองบาทถ้วน)
                  - ตรวจสอบการบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ตรวจยึดและแจ้งความดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น ๒๑ คดี เนื้อที่รวม ๓๑ ไร่ ๑งาน ๘๕ ไร่ และสะพานท่าเทียบเรือ รวม ๙ สะพาน
                  - ตรวจสอบการบุกรุกอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง พบพื้นที่รุกล้ำเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๓ งาน ๕๘ ตาราวา และสิ่งปลูกสร้าง จำนวน ๓๑ รายการ
             ๓) ตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งสิ้น ๑๓ ตัว ประกอบด้วย ช้างป่า ๒ ตัว เสือโคร่ง ๒ ตัว หมีควาย ๒ ตัว กวางป่า ๕ ตัว จระเข้น้ำจืด ๑ ตัว นกขุนทอง ๑ ตัว
             ๔) อายัดสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ตรวจสอบ ทั้งสิ้น ๒๘ ตัว ประกอบด้วย ช้างป่า ๖ ตัว เสือโคร่ง ๒๒ ตัว สำหรับการตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครองและอายัดสัตว์ป่าคุ้มครองไว้เพื่อตรวจสอบ ประกอบด้วย
                  - ตรวจสอบการครอบครองสัตว์ป่า สวนสัตว์หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้มีการตรวจยึดช้างที่มีลักษณะผิดไปจากช้างที่มีลักษณะผิดจากตั๋วรูปพรรณ จำนวน ๑ ตัว และอายัดช้างที่ไม่มีรายละเอียดตั๋วรูปพรรณไม่ชัดเจนอีก ๑ ตัว
                  - ตรวจสอบการครอบครองสัตว์ป่า หมู่บ้านช้างหัวหิน และ สวนสัตว์หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบสัตว์ป่าและเอกสารไม่ตรงกัน ประกอบด้วย หมีควาย ๒ ตัว เสือโคร่ง ๒ ตัว กวางป่า ๕ ตัว นกขุนทอง ๑ ตัว จระเข้น้ำจืด ๑ ตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ก่อน
                  - ตรวจสอบการครอบครองสัตว์ป่า หัวหินซาฟารี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ได้อายัดช้างไว้ ๑ เชือก
                  - ตรวจสอบการครอบครองสัตว์ป่า หัวหินทีค อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ได้อายัดช้างไว้ ๒ เชือก
                  - ตรวจสอบการครอบครองสัตว์ป่า หมู่บ้านช้างดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ได้อายัดช้างไว้ ๒ เชือก
                  - ตรวจสอบการครอบครองสัตว์ป่า สวนเสือดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ได้อายัดเสือไว้ ๒๒ เชือก
        
             โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานและให้ข้อมูลในการแถลงข่าว โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม 301 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แกลเลอรี่