Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ทส. แถลงข่าวประจำสัปดาห์ เดินหน้าผลักดันอาเซียนปลอดหมอกควัน – ประเทศไทย ไร้ขยะ ตามแนวทาง “ประชารัฐ” ทช.ปั่นปลูกป่า ประชารัฐรวมใจ พลิกฟื้นผืนป่าชายเลน”

ทส. แถลงข่าวประจำสัปดาห์ เดินหน้าผลักดันอาเซียนปลอดหมอกควัน – ประเทศไทย ไร้ขยะ ตามแนวทาง “ประชารัฐ” ทช.ปั่นปลูกป่า ประชารัฐรวมใจ พลิกฟื้นผืนป่าชายเลน”

ทส. แถลงข่าวประจำสัปดาห์ เดินหน้าผลักดันอาเซียนปลอดหมอกควัน – ประเทศไทย ไร้ขยะ ตามแนวทาง “ประชารัฐ” ทช.ปั่นปลูกป่า ประชารัฐรวมใจ พลิกฟื้นผืนป่าชายเลน”

 

   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ นางสาวสุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมให้การแถลงข่าวในประเด็นเรื่อง ทส. เดินหน้าผลักดันอาเซียนปลอดหมอกควัน , 3 อาร์ ประชารัฐ และ ทช. ปั่นปลูกป่า ประชารัฐรวมใจ พลิกฟื้นผืนป่าชายเลน ณ ห้องประชุม 301 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
                จากถ้อยแถลงของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 26 และ 27 ให้อาเซียนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดและบูรณาการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างจริงจังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมควบคุมมลพิษ ได้มีการดำเนินการและมีความก้าวหน้าการจัดทำ Roadmap on ASEAN Cooperation towards Transboundary Haze Pollution Control with Means of Implementation หรือ โรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควันข้ามแดน ดังนี้
                1. จัดการประชุมคณะทำงานอาเซียนเพื่อยกร่างโรดแมปในระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคม 2559 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายตัวชี้วัด มาตรการ แนวทาง การดำเนินงาน และยกร่างเป็น Roadmap on ASEAN Cooperation towards Transboundary Haze Pollution Control with Means of Implementation เพื่อเปลี่ยนให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นภูมิภาคปลอดหมอกควันข้ามแดน ภายในปี 2563
                2. ประเทศไทยได้นำเสนอร่างโรดแมปต่อที่ประชุมประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 11 สิงหาคม 2559 
ณ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมจากประเทศอาเซียนได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณประเทศไทยที่พยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งได้ให้ความเห็นชอบโรดแมป นอกจากนี้ ผู้นำประเทศอาเซียน ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2559 ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้รับทราบการให้ความเห็นชอบต่อโรดแมปและมุ่งหวังให้ประเทศอาเซียนดำเนินการตามโรดแมปอย่างเต็มที่และเกิดผลในทางปฏิบัติ รวมถึงให้ประเทศอาเซียนเร่งรัดในการกำหนดแนวทางเพื่อเพิ่มความร่วมมือระหว่างกันในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนเพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ของโรดแมป
                3. พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ เดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อเข้าพบหารือกับ H.E. U Ohn Winn รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และสร้างความร่วมมือระหว่างกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันข้ามแดน ที่ทั้ง 2 ประเทศเห็นชอบร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยประเทศไทยจะสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพการควบคุมไฟป่าผ่านการฝึกอบรม การเข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึกซ้อมระดมพลดับไฟป่าในเขตพื้นที่ชายแดน การจัดตั้งเครือข่ายหมู่บ้านคู่ขนานไทย-เมียนมาร่วมเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังและดับไฟ และการสนับสนุนข้อมูลที่จำเป็น เช่น ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและการพยากรณ์ระดับชั้นอันตรายของไฟ เป็นต้น รวมถึง การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่เมียนมาในการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศ โดยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ร้องขอ ให้ประเทศไทยขยายความร่วมมือในการจัดส่งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ พร้อมเจ้าหน้าที่ไปฝึกอบรม และตรวจวัด ณ สถานที่จริง ในพื้นที่ชายแดนติดต่อกับด่านแม่สอด จังหวัดตาก และด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพิ่มเติมจากที่เคยไปตรวจวัดให้ที่เมืองท่าขี้เหล็ก (ด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย) มาแล้ว
                  4. กรมควบคุมมลพิษ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ๕ ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 6 (6th MSC Mekong) โดยมีกำหนดการเบื้องต้นในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม 2559  และจะประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดฝึกซ้อมการป้องกันและดับไฟในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งจะเรียนเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมคณะ เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย นอกจากนี้ นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะกำหนดการเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อหารือสร้างความร่วมมือต่อไป ในปี 2560
                การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ "ประเทศไทย ไร้ขยะ” ตามแนวทาง "ประชารัฐ” หรือ "3 อาร์ ประชารัฐ”
                 จากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบ Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2557 ภายใต้การขับเคลื่อน 4 กิจกรรม คือ 1. การกำจัดขยะมูลฝอยตกค้างสะสมในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่วิกฤติ (ขยะมูลฝอยเก่า) 2. การสร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายที่เหมาะสม (ขยะมูลฝอยใหม่) 3. การวางระเบียบมาตรการการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย และ 4. การสร้างวินัยของคนในชาติมุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน
                 ขณะนี้ขยะมูลฝอยตกค้างสะสมทั่วประเทศ จำนวน 30.49 ล้านตัน ถูกกำจัดไปได้แล้ว 23.36 ล้านตัน (77%) คงเหลืออีก 7.13 ล้านตัน (๒23%) มีการสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนมีการลดคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเก็บขนแบบแยกประเภท และนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง
                 โดยนำร่องพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ 76 แห่ง 76 จังหวัด 1,190 ชุมชน มีการคัดแยกต้นทางแล้ว 949 ชุมชน (80%) อปท. มีเก็บขนแยกแบบประเภทครอบคลุม 986 ชุมชน (83%) และขยะในชุมชนถูกส่งไปกำจัดแบบถูกต้อง 909 ชุมชน (76%) มีการกำหนดศูนย์รวบรวมของเสียอันตรายชุมชนของจังหวัด รวม 82 แห่ง ใน 76 จังหวัด สามารถรวบรวมของเสียอันตรายชุมชนได้ 1,297 ตัน ส่งไปกำจัดแล้ว 64 ตัน (5%) คงเหลือรอส่งกำจัดอีก 1,233 ตัน (95%) รวมทั้งส่งเสริมเอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุนก่อสร้างและเดินระบบการแปรรูปขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงาน ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง คือ เทศบาลนครภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และ กรุงเทพมหานคร ที่หนองแขมอีก 1 แห่ง ก่อสร้างแล้วเสร็จ เปิดดำเนินการปลายปีนี้ คือ เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งยังร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน 16 หน่วยงาน รณรงค์รวมพลัง สร้างวินัยลดใช้ถุงพลาสติก ทุกวันที่ 15 และ 30 ของทุกเดือน เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2558 ซึ่งปัจจุบันลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 53 ล้านใบ และประกาศให้มีการลดการใช้ถุงพลาสติกทุกวันพุธ
                  ต่อมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ จัดทำแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายของประเทศ (พ.ศ. 2559 – 2564) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศระยะสั้น (พ.ศ. 2559 - 2560) และให้เร่งรัดการดำเนินการโครงการเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะมูลฝอยทั้งในพื้นที่นำร่องและในระดับชุมชนและหมู่บ้าน ภายใต้ Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย
                 ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงของการประกาศให้ "ขยะเป็นวาระแห่งชาติ” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของคำว่า "ประเทศไทย ไร้ขยะ” ภายใต้หลักการ "ประชารัฐ” จึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เนื่องจากทุกคนสร้างขยะและควรร่วมเป็นเครือข่ายในการลดขยะ ในการสร้างเป็นเครือข่ายความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย "คนไทยผลิตขยะวันละ 1.13 กิโลกรัม ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ทุกคนจะช่วยกัน”
                  โครงการ "ทช. ปั่นปลูกป่า ประชารัฐรวมใจ พลิกฟื้นผืนป่าชายเลน”
                   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กำหนดจัดกิจกรรม "โครงการ ทช.ปั่นปลูกป่า ประชารัฐรวมใจ พลิกฟื้นผืนป่าชายเลน” ในวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2559 ณ บ้านห้วยเสียด หมู่ที่ 9 ตำบลดอกสัก อำเภอดอกสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน อีกทั้งฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกให้คืนสู่ความสมบูรณ์ตามนโยบายรัฐบาล เสริมสร้างการมีส่วนร่วมฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนตามนโยบายประชารัฐ ตลอดจนรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนและใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนและเท่าเทียมกัน โดยในการดำเนินการจะนำร่องเนื้อที่ 512 ไร่ โดยแบ่งเป็นโครงการปลูกฟื้นฟูพื้นที่พลิกฟื้นผืนป่าชายเลน เนื้อที่ 428 ไร่ และ โครงการ ทช.ปั่นปลูกป่า ประชารัฐรวมใจ พลิกฟื้นผืนป่าชายเลน เนื้อที่ 84 ไร่ โดยภายในงานมีกิจกรรมปั่นจักรยานไปปลูกป่าชายเลน ระยะทาง 3 กิโลเมตร พร้อมปลูกไม้ป่าชายเลน จำนวน 50,000 ต้น และกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 28,400 ตัว

แกลเลอรี่