Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ให้ข้อมูล “น้ำเน่าเสียเริ่มส่งกลิ่นเหม็นกระทบการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา"

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ให้ข้อมูล “น้ำเน่าเสียเริ่มส่งกลิ่นเหม็นกระทบการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา"

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ให้ข้อมูล “น้ำเน่าเสียเริ่มส่งกลิ่นเหม็นกระทบการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา"

 

              ตามที่ปรากฏข่าวออนไลน์ บนเว็บไซต์ ของช่อง 8 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 "น้ำเน่าเสียเริ่มส่งกลิ่นเหม็นกระทบการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา" มีการนำเสนอเนื้อข่าว ว่า "การปล่อยน้ำเสียจากร้านค้า โรงแรม รีสอร์ท บ้านเรือนเริ่มทำให้ลำคลองเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็น โดยภาครัฐดำเนินการติดตั้งเครื่องเติมอากาศ ซึ่งแก้ไขปัญหาปลายเหตุ ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและยั่งยืน " 
              สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 ขอให้ข้อมูล ดังนี้ 
              1. ปัญหาน้ำเสียบริเวณพื้นที่ตำบลเขาหลัก เกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว มาตากร้านค้า โรงแรม รีสอร์ท ทุกขนาด บ้านเรือน จนเกิดข้อร้องเรียนเป็นประจำในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และจากการลงพื้นที่สำรวจสภาพปัญหาร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา และ เทศบาลตำบลคึกคัก ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2559 พบว่า มีประเด็นสาเหตุ 
                  1.1 ส่วนใหญ่เกิดจากสถานประกอบการขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร การดัดแปลงพานิชย์เป็นอาคารให้เช่าที่พักอาศัย และไม่มีการจัดน้ำเสียที่ถูกต้อง เช่น ไม่มีบ่อดักไขมัน ทำให้ไขมันสะสมในลำรางสาธารณะค่อนข้างมาก รวมทั้งน้ำเสียจากบ้านเรือน 
                  1.2 จากตรวจประเมินการจัดการน้ำเสียโรงแรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ จำนวน 29 แห่ง พบว่า มีจำนวน 16 แห่ง ที่ต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสีย เนื่องจากระบบบำบัดฯชำรุด หรือไม่มีระบบบำบัดที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และปล่อยน้ำเสียลงทางน้ำสาธารณะ 
             2. การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปี 2559 
                 2.1 สสภ.15 เสนอให้ เทศบาลตำบลคึกคัก จัดทำคันดักน้ำเสียชั่วคราว ตักไขมันที่สะสมไปกำจัด ใช้พืชน้ำดูดซับสารอาหาร และใช้เครื่องเติมอากาศเป็นช่วงๆ ซึ่งช่วยลดกลิ่นเหม็นและตะกอนของเสีย/ความสกปรกออกสูทะเล 
                 2.2 สำรวจสถานประกอบการขนาดเล็ก และแนะนำให้จัดการน้ำเสียที่เหมาะสม โดยเฉพาะ การติดตั้งดักไขมันที่ถูกต้อง และบังคับใช้กฎหมาย 
                 2.3 สสภ.15 ให้คำแนะนำวิธีการปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียโรงแรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อควบคุมการปล่อยน้ำเสียให้เป็นไปตามกฎหมาย 
                 2.3 ให้ เทศบาลตำบลคึกคัก ศึกษาความเหมาะแนวทางการจัดการน้ำเสียของพื้นที่ และจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษ เพื่อของบประมาณดำเนินการจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมต่อไป 
             การดำเนินการในปี 2560 
                1. เมื่อเดือนมกราคม 2560 สสภ. 15 ร่วมกับ ทสจ. พังา องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น เชิญผู้ประกอบการโรงแรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 60 ห้องขึ้นไปบริเวณแนวชายฝั่งทะเล ต.คึกคัก ต.ลำแก่น และ ต.โคกกลอย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจการปฏิบัติตามกฎหมาย และการกำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ กับแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทอาคาร / กลุ่มโรงแรม 
                2. ได้ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการปล่อยน้ำเสียกับกลุ่มโรงแรมขนาดตั้งแต่ 60 ห้องขึ้นไป ทั้งหมดจำนวน 41 แห่ง เมื่อเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ 2560 พบว่า ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ร้อยละ 73.17 กล่าวคือ ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จำนวน 7 แห่ง และ มีระบบบำบัดน้ำเสีย แต่น้ำทิ้งเกินค่าเกณฑ์ควบคุมการระบายน้ำทิ้งที่กฎหมายกำหนด จำนวน 23 แห่ง ทั้งนี้ สสภ.15 จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายกับโรงแรมดังกล่าวต่อไป 
               3. แจ้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ และจังหวัดพังงา ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง 
               ทั้งนี้ สสภ.15 ได้รับการประสานจากภาคเอกชนร่วมกับ สวทช./กระทรวงวิทยาศาสตร์ และ ทต.คึกคักในจัดประชุมผู้ประกอบการโรงแรม ในพื้นที่ ต. คึกคัก จังหวัดพังงา เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการนำนวัตกรรมระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานมาก เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียและมีค่าใช้จ่ายสูงและจูงใจด้านภาษี โดยผู้สนใจร่วมโครงการ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปหักลดหย่อนภาษีรายได้สูงสุด 300% 
               ความเห็นเพิ่มเติม 
               สสภ.15 มีความเห็นว่า เทศบาลตำบลคึกคัก จำเป็นต้องจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เทศบาลตำบลคึกคัก เป็นท้องถิ่นขนาดเล็ก การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวโดยลำพัง อาจเป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องได้รับความข่วยเหลือ (จาก จังหวัด / หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ) นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าว มีศักยภาพในทางการท่องเที่ยวสูงมาก การที่น้ำเน่าเสีย ลงสู่ทะเล ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อการท่องเที่ยวและรายได้ของประเทศ 

จบการรายงาน 
ผู้รายงาน นางสาวพรศรี สุทธนารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 15 ภูเก็ต