Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ทส. จัดกิจกรรม “ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน” ประจำปี 2561 มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

ทส. จัดกิจกรรม “ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน” ประจำปี 2561 มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

ทส. จัดกิจกรรม “ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน” ประจำปี 2561 มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จัดงาน "ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน" ประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 6 โดยผู้ที่มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศมากกว่า 300 ราย สามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 2.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

วันนี้ (19 กันยายน 61) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม "ร้อยดวงใจ ร่วมใจลดโลกร้อน" ประจำปี 2561 พร้อมมอบประกาศนียบัตรและโล่เกียรติยศแก่ภาครัฐและภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ จำนวน 327 ราย ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายการดำเนินงานขับเคลื่อนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ

โดยผลการดำเนินงานในปี 2561 คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้มากกว่า 2,876,769.68 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งมาจากกลไกและเครื่องมือที่ อบก. พัฒนาขึ้น อาทิ กิจกรรมชดเชยคาร์บอน เป็นการรับรองให้ใช้เครื่องหมาย Carbon Offset ซึ่งเป็นการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบางส่วน และ Carbon Neutral ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเท่ากับศูนย์  มีปริมาณการซื้อคาร์บอนเครดิตจากการทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนทั้งสิ้น 144,697 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งกระตุ้นให้เกิดตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจภายในประเทศโดยมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 2.9 ล้านบาท ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) และฉลากลดโลกร้อน หรือ ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction) ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในอาเซียนที่มีระบบการรับรองสอดคล้องตามหลักสากล มีผลิตภัณฑ์ที่ได้ขึ้นทะเบียนทั้ง 2 ฉลากคาร์บอน รวมจำนวน 606 ผลิตภัณฑ์ สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 179,027 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสูงเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 32 แห่ง ซึ่งหากโรงงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด สามารถดำเนินการตามเป้าหมายและแนวทางการจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 283,689.84 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า

โครงการ “สนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก” (Low Emission Support Scheme: LESS) มีกิจกรรมที่ได้รับการรับรองจำนวน 438 กิจกรรม สามารถลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ 533,492 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

โครงการ “ลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย”(Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) หรือ โครงการ T-VER มีโครงการที่ขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น 50 โครงการ โดยมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้รวมกัน 1,303,097 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

โครงการ “การส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับเมือง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสู เมืองคาร์บอนต่ำ” เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้ เมือง/เทศบาล สามารถทราบถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในขอบเขตการปกครองและสนับสนุนให้เมืองมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกระดับเมือง รวมถึงการประเมินศักยภาพของกิจกรรมและเทคโนโลยีในปัจจุบันของเมืองและเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับบริบทของ “เมือง” โดยปีงบประมาณ 2561 มีเทศบาลที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 23 แห่ง มีศักยภาพที่คาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2,019.84 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

โครงการ “การพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด” เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีความครอบคลุมในทุกภาคส่วนของเมือง ยกระดับ (Scale-up) การจัดการก๊าซเรือนกระจกในเมืองที่มีขนาดใหญ่และสามารถนำผลการดำเนินงานดังกล่าวไปขยายผลยังเมืองต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนประเทศไทยไปสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในปีงบประมาณ 2561 นี้ ได้ดำเนินโครงการร่วมกับ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดน่าน จังหวัดสระบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสตูล ทั้ง 5 จังหวัด มีศักยภาพที่คาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
430,747 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

โครงการ “นำร่องระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย” (Thailand Voluntary Emission Trading Scheme หรือ ระบบ Thailand V-ETS) จัดทำขึ้นเพื่อทดสอบและพัฒนาระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification System) หรือ ระบบ MRV ของ Thailand V-ETS สำหรับสาขาอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง รวมถึงพัฒนากฎการดำเนินงานและรูปแบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของระบบ Thailand V-ETS ให้มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศซึ่งในปีงบประมาณ 2561 เป็นปีที่โรงงานนำร่องจำนวน 13 แห่ง จาก 3 สาขาอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า และอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ ได้ดำเนินการทดสอบระบบ MRV และกฎการดำเนินงานต_อเนื่องครบ 3 ปี

โครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” เป็นโครงการที่ อบก. ร่วมกับ กรมป่าไม้ พัฒนาขึ้น เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชน สนับสนุนกิจกรรมของชุมชนในการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของป่าชุมชนในการลดก๊าซเรือนกระจกและบรรลุประโยชน์ร่วมอื่นๆ บนพื้นฐานของการสร้างกระบวนการดำเนินงานภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนและประชาชน ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) ซึ่งมีเป้าหมายในการหารือร่วมกับภาคเอกชน ที่ประสงค์จะให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวในพื้นที่ป่าชุมชนต้นแบบจากทั่วประเทศ ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 มีจำนวน 5 แห่ง ได้แก่
1) ป่าชุมชนบ้านแขมงคงมั่น จ.ระยอง บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด
2) ป่าชุมชนบ้านหนองทิศสอน จังหวัดมหาสารคาม บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
3) ป่าชุมชนบ้านหนองม่วง จังหวัดระยอง มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย
4) ป่าชุมชนบ้านเขาวังม่าน จังหวัดระยอง บริษัท อรัญพนา จำกัด
5) ป่าชุมชนบ้านมาบจันทร์ จังหวัดระยอง บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด

ซึ่งองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จะนำไปขยายผลและส่งเสริมทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกต่อไป เชื่อมโยงสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการบริโภคให้เกิดความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ภาพ: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน), ข่าว: อาทิตยา

 

แกลเลอรี่