Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

"รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กว่า 2 ล้านไร่ กรมอุทยานฯประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่ม 27 แห่ง เพื่อสร้างความสมดุลและยั่งยืนให้กับทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ"

"รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กว่า 2 ล้านไร่ กรมอุทยานฯประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่ม 27 แห่ง เพื่อสร้างความสมดุลและยั่งยืนให้กับทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ"

"รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ กว่า 2 ล้านไร่ กรมอุทยานฯประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่ม 27 แห่ง เพื่อสร้างความสมดุลและยั่งยืนให้กับทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ"

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการตามนโยบายเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 25 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2558 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยได้ประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติมแล้ว จำนวน 27 แห่งเนื้อที่รวมกันกว่า 2 ล้านไร่ ซึ่งจะสร้างความสมดุลและยั่งยืนให้กับทรัพยากรป่าไม้ของประเทศชาติสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวได้อีกมหาศาล

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ทั้งสิ้น 102.3 ล้านไร่จากเนื้อที่ประเทศไทย 323 ล้านไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ จำนวน 73.6 ล้านไร่ ได้แก่พื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์สวนรุกขชาติ กระจายอยู่ทั่วประเทศ 

ดังนั้นการที่รัฐบาลจะเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ร้อยละ 25 จากเนื้อที่ประเทศไทย ซึ่งเท่ากับจำนวน 80.75 ล้านไร่ ก็จะต้องมีการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขึ้นอีกราว 7.15 ล้านไร่ ทั้งนี้ตามวิสัยทัศน์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ร้อยละ 25% ภายในปี พ.ศ. 2569 ปรากฏว่าในสมัยรัฐบาลปัจจุบัน ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ 2558 จนกระทั่งสามารถประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้นแล้วจำนวน 27 แห่ง มีเนื้อที่รวมกัน 2,167,677 ไร่ โดยแบ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่านอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จังหวัดสระบุรี อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำนวน 2 แห่ง ได้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากะทูน จ.นครศรีธรรมราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด จ.พิษณุโลก พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าจำนวน 19 แห่ง ประกอบด้วย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยอินทรีย์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเวียงเชียงรุ้ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเชียงแสน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่โทเขต ห้ามล่าสัตว์ป่าดอนศิลา จ.เชียงราย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาภูหลวง จ.นครราชสีมา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่งจังหวัดลำพูนเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูฟ้า จ.น่าน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพนมทอง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าสองแคว จ.พิษณุโลก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทราย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าขุนน้ำยม จ.พะเยา เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว จ.อุตรดิตถ์ เขตห้ามล่าสัตว์ป่านันทบุรี จ.เชียงใหม่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลุ่มน้ำปายฝั่งซ้าย จ.แม่ฮ่องสอนเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน จ.ชัยภูมิ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าช้างผาด่าน จ.แพร่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาวงจันแดง จ.สระบุรี เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาไชยราช จ.ประจวบคีรีขันธ์ และผนวกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง ได้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลา

ทั้งนี้ล่าสุดกรมป่าไม้ ได้มีหนังสือให้ความเห็นชอบ เพื่อให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งยังคงมีสภาพป่าที่สมบูรณ์เพื่อประกาศเป็นเขตป่าอนุรักษ์ทั้งสิ้นจำนวน 8.47 ล้านไร่ โดยขั้นตอนการประกาศจัดตั้งพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้นำชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ (คปป.) ในระดับจังหวัดก่อนเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพิจารณาให้ความเห็นชอบ หลังจากนั้นจึงเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการ แล้วส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายตามลำดับทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานกำกับการผนวกเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อเร่งรัดให้การประกาศเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 25% สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคณะทำงานฯได้กำหนดแผนงานการประกาศพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ (ใหม่) จำนวน 4 แห่งผนวกเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ 79 แห่งผนวกเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จำนวน 31 แห่ง ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (ใหม่) จำนวน 114 แห่ง ผนวกเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 14 แห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินการภายใต้นโยบายและการกำกับของ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตามการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 25% เป็นการดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(พ. ศ. 2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ส่วนที่ 4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป้าหมายที่ 1 รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติตัวชี้วัด 1.1 สัดส่วนพื้นที่ป่าเป็นร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศแบ่งเป็นพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ร้อยละ 25 และพื้นที่ป่าเศรษฐกิจร้อยละ 15 พื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มจาก 1.53 ล้านไร่เป็น 1.58 ล้านไร่ พื้นที่ปลูกและฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพิ่มขึ้นซึ่งการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อพื้นที่ส่วนหนึ่งดังกล่าวข้างต้นได้รับการประกาศจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติแล้วยังสามารถพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชนที่อยู่โดยรอบเป็นการส่งเสริมกลไกทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นและสามารถนำเงินรายได้อุทยานแห่งชาติ หรือเงินรายได้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าส่วนหนึ่ง ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดจนการนำเงินรายได้ฯไปพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ข่าว: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, เผยแพร่: อาทิตยา