ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

ทส. ผนึกกำลังร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

ทส. ผนึกกำลังร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

          วันนี้ (16 ม.ค. 62) เวลา 09.30 น. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมเพื่อเร่งรัดและทบทวนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วย นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ อาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          ในการประชุมดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กองบังคับการตำรวจจราจร กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กระทรวงมหาดไทย กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และจังหวัดปริมณฑล ได้ร่วมหารือ กำหนดแนวทางและมาตรการ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งจากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา พบเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ดีเซล และการเผาในที่โล่ง จึงได้มีมาตรการการแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นของการทำงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวจากการร่วมมือกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

          มาตรการระยะสั้น

          1. การเพิ่มความถี่ในการกวาดล้างทำความสะอาดถนนและฉีดพ่นน้ำในอากาศตั้งแต่เวลา 18.00 - 06.00 น. ทุกวัน จนกว่าฝุ่นละอองจะลดลง

          2. การเพิ่มจุดตรวจจับรถควันดำเป็น 20 จุด และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยรถยนต์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะสั่งห้ามใช้ชั่วคราว ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์และได้รับการตรวจสอบอีกครั้งถึงจะสามารถนำมาใช้ได้ตามปกติ

          3. เร่งคืนพื้นผิวการจราจรบริเวณเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้า ณ จุดที่ดำเนินการเสร็จแล้ว

          4. ห้ามเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาดในบริเวณกทม.และปริมณฑล

          5. ห้ามจอดรถในพื้นที่ริมถนนสายหลัก 24 ชม.

          6. วางแนวทางการใช้น้ำมัน B20 แทนน้ำมันดีเซลในรถโดยสารประจำทาง ขสมก.

          7. ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อพร้อมปฏิบัติการทำฝนหลวง โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ

          8. แนะนำแนวทางเพิ่มเติม เช่น การใช้รถประจำทางแทนรถส่วนตัว การทำงานที่บ้าน เพื่อลดปัญหาการเดินทางมาทำงาน เป็นต้น

          มาตรการระยะยาว

          1. การเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางเก่าให้เป็นรถโดยสาร NGV รถโดยสารไฟฟ้า และรถโดยสารไฮบริด ประมาณ 3,000 คัน ในปี 2565

          2. การปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5

          3. การวางแผนโครงข่ายคมนาคม เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร

          นอกจากนี้ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้หน้ากากอนามัย N95 ว่า ควรอ่านวิธีการใช้ให้ละเอียดก่อนนำไปใช้ เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้หายใจลำบาก ดังนั้น ควรใช้ในกลุ่มคนที่มีร่างกายแข็งแรง และต้องออกไปในพื้นที่โล่งแจ้งเป็นเวลามากกว่า 2-3 ชม. เมื่อเข้ามาในตึกปิด ที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือมีผ้าม่านกั้น ให้ถอดหน้ากากออกและใช้ชีวิตตามปกติ โดยสามารถใช้หน้ากากอนามัยปกติรองกระดาษทิชชู 2 ชิ้นทดแทนหน้ากากอนามัย N95 ได้ สำหรับกลุ่มผู้ป่วย ผู้มีโรคประจำตัว กลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์ และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพต่อไป

อนึ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีศูนย์ประสานงานและแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลขึ้น ณ อาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนสถานการณ์ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหา ในช่วงเกิดสถานการณ์ระหว่างเดือนธันวาคม  - เมษายนนี้ หรือจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้อย่างต่อเนื่องทันสถานการณ์ จากเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ www.air4thai.pcd.go.th และแอพพลิเคชั่น “Air4Thai" โดยสามารถดาวน์โหลดฟรีทั้งระบบ iOS และ Android

 

ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ   ข่าว/เผยแพร่ : รดินธร

แกลเลอรี่