ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

ทส. เผยความสำเร็จงานวิจัยผสมเทียมช้างตัวที่ 2 ของไทยได้สำเร็จ

ทส. เผยความสำเร็จงานวิจัยผสมเทียมช้างตัวที่ 2 ของไทยได้สำเร็จ

ทส. เผยความสำเร็จงานวิจัยผสมเทียมช้างตัวที่ 2 ของไทยได้สำเร็จ

            กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย องค์การสวนสัตว์ ร่วมกับ คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ สถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ประสบความสำเร็จในการผลิตงานวิจัยผสมเทียมช้างตัวที่ 2 ของประเทศได้สำเร็จ โดยในวันนี้ (24 มกราคม 2562) นายสุริยา  แสงพงค์ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ เป็นประธานการแถลงข่าว ณ ห้องประชุม 301 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
            จากปัญหาวิกฤติช้างไทย ที่ส่งผลต่อประชากรช้างให้มีจำนวนลดลง โดยปัจจุบัน พบว่า ช้างเลี้ยงในประเทศไทย มีเหลือเพียง 4,719 เชือก และ ช้างป่าอีกประมาณ 3,500 – 4,000 ตัว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย องค์การสวนสัตว์ เล็งเห็นความสำคัญต่อการอนุรักษ์ช้าง จึงได้ร่วมมือกับ คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ ภายใต้การดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ดำเนินงานโครงการวิจัย “ปัจจัยที่มีผลต่อวงรอบการสืบพันธุ์และการพัฒนาวิธีการแช่แข็งน้ำเชื้อช้าง เพื่อการผสมเทียม” โดยโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนกระทั่งประสบความสำเร็จในช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถผสมเทียมน้ำเชื้อแช่แข็งและน้ำเชื้อแช่เย็นของช้างเอเชียเพศผู้ “พลายบิลลี่” กับช้างเพศเมีย “พังจิ๋ม” โดยการใช้กล้องเอนโดสโคป (endoscope) ขนาดความยาว 1.3 เมตร สอดผ่านทางช่องคลอด และใช้กระบอกฉีดยา ขนาด 50 มิลิลิตร เป็นตัวฉีดน้ำเชื้อเข้าท่อผสมเทียมชนิดพิเศษที่สอดผ่าน working channel ของกล้องเอนโดสโคป ปล่อยบริเวณช่องเปิดคอมดลูก (cervix) จนนำมาสู่ความสำเร็จได้ลูกช้างเอเชียเพศเมีย จำนวน 1 เชือก ที่เกิดจาก “พังจิ๋ม” ซึ่งมีระยะการตั้งท้อง 21 เดือน 12 วัน โดยตกลูกเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เวลา 19.50 น. มีน้ำหนัก 128 กิโลกรัม มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงทั้งแม่และลูก  ทั้งนี้ ปัจจุบัน ลูกช้างมีอายุ 3 เดือน 16 วัน มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง นิสัยร่าเริง และซุกซน

          อนึ่ง จากข้อมูลอ้างอิงของ http://www.elephant.se  ระบุว่า การเกิดลูกช้างจากการผสมเทียมไม่เพียงแต่เป็นเชือกที่ 2 ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังถือเป็นเชือกที่ 3 ในระดับเอเชีย ภายหลังจากปรากฏข้อมูลว่า มีช้างเอเชียเพศเมียที่มีการตั้งท้องจากการผสมเทียม ในประเทศแถบเอเชีย มีเพียงสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ประเทศไทย ประเทศละ 1 เชือก เท่านั้น

 

ข่าว: จันทร์เพ็ญ, ภาพและเผยแพร่: อาทิตยา

แกลเลอรี่