Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) ให้การต้อนรับ Sir David King ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยนายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อย้ำความสำคัญของการพัฒนาคาร์บอนต่ำในประเทศกำลังพัฒนาและแบ่งปันความเชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักรในการนี้ ได้มีการหารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานทางเลือกแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งในปี ค.ศ๒๐๒๕ สหราชอาณาจักรจะยกเลิกการใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของนานาประเทศ โดยคาดว่า ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะไม่มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ทำให้การสร้างโรงงานจะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ซึ่งจะส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยที่ สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานทางเลือก เช่นพลังงานลม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Offshore Wind Turbine ปัจจุบันต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก มีราคาต่ำลงมาก ทั้งนี้สหราชอาณาจักรมีผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของไทยและภูมิภาคอาเซียนได้

เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) ให้การต้อนรับ Sir David King ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยนายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อย้ำความสำคัญของการพัฒนาคาร์บอนต่ำในประเทศกำลังพัฒนาและแบ่งปันความเชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักรในการนี้ ได้มีการหารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานทางเลือกแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งในปี ค.ศ๒๐๒๕ สหราชอาณาจักรจะยกเลิกการใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของนานาประเทศ โดยคาดว่า ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะไม่มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ทำให้การสร้างโรงงานจะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ซึ่งจะส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยที่ สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานทางเลือก เช่นพลังงานลม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Offshore Wind Turbine ปัจจุบันต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก มีราคาต่ำลงมาก ทั้งนี้สหราชอาณาจักรมีผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของไทยและภูมิภาคอาเซียนได้

             เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) ให้การต้อนรับ Sir David King ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยนายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อย้ำความสำคัญของการพัฒนาคาร์บอนต่ำในประเทศกำลังพัฒนาและแบ่งปันความเชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักรในการนี้ ได้มีการหารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานทางเลือกแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งในปี ค.ศ๒๐๒๕ สหราชอาณาจักรจะยกเลิกการใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของนานาประเทศ โดยคาดว่า ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะไม่มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ทำให้การสร้างโรงงานจะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ซึ่งจะส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยที่ สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานทางเลือก เช่นพลังงานลม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Offshore Wind Turbine ปัจจุบันต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก มีราคาต่ำลงมาก ทั้งนี้สหราชอาณาจักรมีผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของไทยและภูมิภาคอาเซียนได้
                   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะนโยบายความมั่นคงด้านพลังงาน ปัจจุบันประชาชนมีความตระหนัก และสนใจด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก รัฐบาลจึงมองประชาชนเป็นศูนย์กลางจึงให้ความสำคัญกับการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม EIA EHIA รวมทั้ง SEA สำหรับโครงการขนาดใหญ่ เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ ทั้งนี้ปัจจุบันในหลายพื้นที่ของประเทศมีการใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น รวมทั้งแนวคิด การจัดสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในพื้นที่ โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยว อาทิ เกาะสมุย เกาะภูเก็ต นอกจากนี้ ประเทศไทยมีนโยบายเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ ๔๐ ภายในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าโดยรวมทั้งป่าอนุรักษ์และ ป่าเศรษฐกิจ และมีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในการจัดทำพื้นที่อนุรักษ์ข้ามแดน รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าด้วย

แกลเลอรี่