Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

วันนี้ (30 มีนาคม 2560) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเจ้าภาพจัดประชุมระหว่างประเทศเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูงผิดกฎหมาย ครั้งที่ 3 พร้อมทั้งผู้แทนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา ลาว และเวียดนาม รวม 15 ราย และผู้แทนจากหน่วยงานของประเทศไทยองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมการประชุม โดยมี FAO มูลนิธิฟรีแลนด์ และ IUCN เป็นองค์กรพันธมิตร ช่วยสนับสนุนประสานงานการจัดประชุม

วันนี้ (30 มีนาคม 2560) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเจ้าภาพจัดประชุมระหว่างประเทศเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูงผิดกฎหมาย ครั้งที่ 3 พร้อมทั้งผู้แทนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา ลาว และเวียดนาม รวม 15 ราย และผู้แทนจากหน่วยงานของประเทศไทยองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมการประชุม โดยมี FAO มูลนิธิฟรีแลนด์ และ IUCN เป็นองค์กรพันธมิตร ช่วยสนับสนุนประสานงานการจัดประชุม


       วันนี้ (30 มีนาคม 2560) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเจ้าภาพจัดประชุมระหว่างประเทศเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูงผิดกฎหมาย ครั้งที่ 3 พร้อมทั้งผู้แทนจาก 4 ประเทศ ได้แก่ จีน กัมพูชา ลาว และเวียดนาม รวม 15 ราย และผู้แทนจากหน่วยงานของประเทศไทยองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมการประชุม โดยมี FAO มูลนิธิฟรีแลนด์ และ IUCN เป็นองค์กรพันธมิตร ช่วยสนับสนุนประสานงานการจัดประชุม
      ในโอกาสนี้ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ณ ห้องทิวลิป ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
       สำหรับการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 - 31 มีนาคม 2560 ซึ่งแต่ละประเทศจะได้นำเสนอผลการแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูงผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นในประเทศของตนเองในช่วงที่ผ่านมา และจะได้ร่วมกันประชุมหารือ ประชุมกลุ่มย่อย และเวทีอภิปราย เพื่อเสนอแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย
- การทบทวนกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง
- การอนุรักษ์ป้องกันถิ่นกำเนิด
- มาตรการบังคับใช้กฎหมาย
- การเพิ่มศักยภาพบุคลากร
- สร้างจิตสำนึกสาธารณชน
- การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ
       โดยการประชุมที่ผ่านมาแล้วสองครั้ง รวมถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม มีที่มาจากการร้องขอของคณะกรรมการมรดกโลก ขอให้ประเทศไทยเร่งแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูงผิดกฎหมายในพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องให้เข้มแข็ง เพื่อหยุดยั้งการค้าไม้พะยูงผิดกฎหมายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบตัดไม้ การขนย้ายข้ามแดน และการค้า ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดและค้าไม้พะยูงรวมถึงการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือกับประชาชน และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญที่มาทำการประเมินการแก้ไขปัญหาไม้พะยูงที่เกิดขึ้นในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เมื่อเดือนธันวาคม 2559 ได้ทำรายงานต่อคณะกรรมการมรดกโลก ระบุว่า ประเทศไทยมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและมีความก้าวหน้า จึงไม่ควรให้กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในภาวะอันตราย และให้เวลาประเทศไทยดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไม้พะยูงให้แล้วเสร็จในปี 2562 แล้วจึงทบทวนผลการดำเนินงานอีกครั้ง

แกลเลอรี่