Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) พร้อมด้วยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายจตุพร บุรุษพัฒน์) รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายสุวรรณ นันทศรุต) เจ้าหน้าที่สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งประธานและผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุสัญญาฯ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 13 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 8 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 8 (BRS 2017 COPs) ในระหว่างวันที่ 24 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2560 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 1,600 คน เป็นผู้แทนจากภาคีสมาชิก 180 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งผู้สังเกตการณ์จากองค์กรภาคประชาสังคม และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและของเสีย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) พร้อมด้วยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายจตุพร บุรุษพัฒน์) รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายสุวรรณ นันทศรุต) เจ้าหน้าที่สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งประธานและผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุสัญญาฯ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 13 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 8 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 8 (BRS 2017 COPs) ในระหว่างวันที่ 24 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2560 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 1,600 คน เป็นผู้แทนจากภาคีสมาชิก 180 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งผู้สังเกตการณ์จากองค์กรภาคประชาสังคม และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและของเสีย

             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) พร้อมด้วยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายจตุพร บุรุษพัฒน์) รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (นายสุวรรณ นันทศรุต) เจ้าหน้าที่สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย ผู้แทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งประธานและผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุสัญญาฯ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 13 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 8 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 8 (BRS 2017 COPs) ในระหว่างวันที่ 24 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2560 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 1,600 คน เป็นผู้แทนจากภาคีสมาชิก 180 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งผู้สังเกตการณ์จากองค์กรภาคประชาสังคม และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและของเสีย 
             ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทย ประสบความสำเร็จในการเจรจาให้มีข้อยกเว้นพิเศษสำหรับการใช้งานสาร คลอริเนทเตดพาราฟินสายสั้น (Short-chain chlorinated paraffin; SCCPs) ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ อาทิ การใช้เป็นส่วนผสมน้ำมันหล่อลื่น และสีเคลือบ โดยประเทศไทยจะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านอย่างน้อย 5 ปี เพื่อลดและเลิกใช้สารดังกล่าว ตามพันธกรณีของอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ความสำเร็จในการเสนอชื่อผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทย (ดร. นวลศรี ทยาพัชร ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ) โดยได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในคณะกรรมการพิจารณาทบทวนสารเคมี (Chemical Review Committee: CRC) ภายใต้อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ ต่อเนื่องอีก 1 วาระ ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 4 ปี ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งบทบาทของประเทศไทย ในเวทีการดำเนินงานระหว่างประเทศด้านการจัดการสารเคมีและของเสียอย่างต่อเนื่องต่อไป 
              นอกจากนี้ ที่ประชุมรัฐภาคีฯ ได้รับข้อเสนอของประเทศไทยในการสนับสนุนให้สำนักเลขาธิการอนุสัญญาบาเซล ริเริ่มการดำเนินงานในประเด็นเกี่ยวกับวัสดุนาโนที่เป็นของเสียอันตราย (nanomaterials in waste streams) เพื่อพิจารณาให้เกิดการจัดการภายใต้กลไกอนุสัญญาบาเซลฯ ซึ่งประเด็นดังกล่าวมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยและจริยธรรมนาโนเทคโนโลยีของประเทศไทย 
              *หมายเหตุ* สาร SCCPs มีคุณสมบัติเป็นสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน ตามหลักเกณฑ์การกลั่นกรองในภาคผนวกของอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ คือ 1.มีความเป็นพิษ 2.ถูกย่อยสลายได้ยากโดยแสง สารเคมี ชีวภาพ และตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน 3.สามารถเคลื่อนย้ายได้ไกลมาก และ4.มีคุณสมบัติละลายน้ำได้น้อยมากแต่ละลายได้ดีในไขมัน จึงทำใหมีการสะสมในไขมันของสิ่งมีชีวิต 

แกลเลอรี่