ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) เพื่อบูรณาการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการพิเศษทั้ง 3 กรม ได้แก่ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และชุดฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) เพื่อบูรณาการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการพิเศษทั้ง 3 กรม ได้แก่ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และชุดฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

                   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) เพื่อบูรณาการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการพิเศษทั้ง 3 กรม ได้แก่ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และชุดฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 
                   โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อติดตามการบูรณาการการป้องกันรักษาป่า รวมทั้งได้ไปตรวจการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) และกล่าวให้แนวทางในการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ว่าจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน เพราะทรัพยากรธรรมชาติ คือ มรดกอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษปกป้องมาด้วยเลือด เนื้อ และชีวิต ถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันปกป้องดูแลรักษา เพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน
                  การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) เพื่อทำให้เกิดการบูรณาการปฏิบัติงานในการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ อีกทั้งเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดกรทรวงฯ ทั้ง 3 กรม ได้แก่ ชุดพยัคฆ์ไพร โดยกรมป่าไม้ ชุดพญาเสือ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และชุดฉลามขาว โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งศูนย์ดังกล่าวมีนายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า โดยศูนย์ดังกล่าวมีภารกิจดังนี้
                    1. เป็นศูนย์กลางการประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4กอ.รมน.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เป็นต้น
                     2. รวบรวมบุคลากร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
                     3. มุ่งเน้นการดำเนินงานในพื้นที่ล่อแหลมต่อการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ที่มีนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง, คดีที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ป่า รวมถึงการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่มิชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่ป่าไม้ การทำไม้มีค่าที่กระทำเป็นขบวนการเพื่อลักลอบไปจำหน่วยต่างประเทศ และการลักลอบมีหรือค้าสัตว์ป่า ลดกลุ่มอิทธิพลที่เกี่ยวกับเครือข่ายการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
                    4. การดำเนินงานภายใต้การกำกับของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพิทักษ์ป่า และอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ยุติธรรม ตามหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ โดยคำนึงถึงการปฏิบัติที่ละมุนละม่อมแต่เฉียบขาด และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและหลักวิชาการในสาขาต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน
                     สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน สามารถบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่บุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าได้ 20,310 คดี ได้ผู้ต้องหา 4,352 คน ยึดคืนพื้นที่ได้ 513,556 ไร่ และสามารถบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่ลักลอบตัดไม้มีค่าในเขตป่า จำนวน 24,330 คดี ได้ผู้ต้องหา 12,163 คน ยึดไม้ของกลางได้ 1,112,274 แผ่น/ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตรไม้ 50,247 ลูกบาศก์เมตร

แกลเลอรี่