Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

วันที่ 1 มิถุนายน 2560 – นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในการเปิดงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2560 ภายใต้แนวคิด "ปรับ ปลูก ป่า อย่างยั่งยืน” ณ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่สอด ท้องที่บ้านหัวฝาย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยในโอกาสนี้ นางสาวภาวิณี ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหน่วยงานราชการจังหวัดตาก มวลชน เครือข่าย ป่าชุมชน เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักเรียน ร่วมปลูกฟื้นฟูป่าต้นน้ำเนื้อที่ 70 ไร่ ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล

วันที่ 1 มิถุนายน 2560 – นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในการเปิดงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2560 ภายใต้แนวคิด "ปรับ ปลูก ป่า อย่างยั่งยืน” ณ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่สอด ท้องที่บ้านหัวฝาย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยในโอกาสนี้ นางสาวภาวิณี ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหน่วยงานราชการจังหวัดตาก มวลชน เครือข่าย ป่าชุมชน เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักเรียน ร่วมปลูกฟื้นฟูป่าต้นน้ำเนื้อที่ 70 ไร่ ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล

           วันที่ 1 มิถุนายน 2560 – นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในการเปิดงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2560 ภายใต้แนวคิด "ปรับ ปลูก ป่า อย่างยั่งยืน” ณ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่สอด ท้องที่บ้านหัวฝาย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยในโอกาสนี้ นางสาวภาวิณี ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหน่วยงานราชการจังหวัดตาก มวลชน เครือข่าย ป่าชุมชน เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักเรียน ร่วมปลูกฟื้นฟูป่าต้นน้ำเนื้อที่ 70 ไร่ ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล 
           นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ ว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ โดยในปีนี้กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมการปลูกฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ ผลกระทบและ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ระบบนิเวศขาดสมดุล อีกทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญ คุณค่า และประโยชน์ของต้นไม้และป่าไม้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติ และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับมีความอุดมสมบูรณ์ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในปีที่ผ่านมามีการดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพ 13 จังหวัด เนื้อที่ 48,226 ไร่ และปลูกฟื้นฟูในพื้นที่ที่เหลืออีก 22 จังหวัด เนื้อที่ 20,986 ไร่ รวมทั้งสิ้น 35 จังหวัดทั่วประเทศ เนื้อที่รวม 69,212 ไร่ นอกจากการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในป้องกันพื้นที่ป่าต้นน้ำที่ได้รับการฟื้นฟู โดยการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำขึ้น เพื่อเป็นฐานปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ทำหน้าดูแลปกป้องและฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ 
            นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวเสริมว่า กรมป่าไม้เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการปกป้อง ดูแล และรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ได้หาแนวทางในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ภายหลังจากการยึดคืนพื้นที่ป่าจากกลุ่มนายทุน เพื่อนำกลับมาฟื้นฟูให้ป่ากลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ส่วนการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ในปีนี้กรมป่าไม้ได้กำหนดพื้นที่ที่จะดำเนินการปลูกฟื้นฟู ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่สอด ท้องที่บ้านหัวฝาย ม.2 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก รวมเนื้อที่ 2,541 ไร่ โดยจะนำร่องปลูกพื้นฟูก่อนบนเนื้อที่ 70 ไร่ จากนั้นจะดำเนินการปลูกป่าอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่ 
             นอกจากนี้ กรมป่าไม้ยังได้ปรับเปลี่ยนแนวทางในการปลูกป่าเพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด "ปรับ ปลูก ป่า อย่างยั่งยืน” โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน การปรับวิธีการปลูกในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิมตามแนวคิดข้างต้น คือ
             "ปรับ” หมายถึง การเปลี่ยนระบบการส่งเสริมการปลูกป่าจากเดิม ที่กรมป่าไม้จะเป็นผู้กำหนดให้ประชาชนในเรื่องของพื้นที่ปลูก การเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่จะนำไปปลูกในพื้นที่ มาเป็นการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ตั้งแต่การประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือ ตลอดจนการลงพื้นที่เพื่อไปสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสาเหตุในการขอใช้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในการนำกลับมาฟื้นฟูสภาพป่า การให้กลุ่มชุมชนในท้องถิ่นได้มีโอกาสเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่ตนเองต้องการปลูก ภายใต้การแนะนำของเจ้าหน้าที่รัฐ 
              "ปลูก" คือการดำเนินการปลูกตามพื้นที่ต่างๆ โดยแบ่งเป็น 2 พื้นที่ คือ 
              1. พื้นที่ในการปลูกเพื่อการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม โดยการใช้พันธุ์ไม้ป่าดั้งเดิมควบคู่ไปกับการปลูกไม้ที่ให้ผลเก็บกินได้ และไม้ใช้สอย เพื่อในอนาคตจะเป็นอาหารให้กับคนในชุมชน และเกิดเป็นป่าธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ 
              2. การปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ ที่มีเอกสารสิทธิที่ถูกต้องของกลุ่มเกษตรกร กรมป่าไม้ได้ลงไปให้คำแนะนำในเรื่องของการปลูกป่าแบบวนเกษตร (ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง) คือการปลูกไม้เศรษฐกิจโดยการแนะนำการปลูกไม้โตเร็ว เช่น กระถินณรงค์ลูกผสม กระถินเทพา กระถินยักษ์ ยูคาลิปตัสฯ ซึ่งเป็นไม้โตเร็ว ปลูก 3 ปี ก็สามารถตัดไม้เพื่อส่งขายไปยังโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ไม้เป็นวัตถุดิบ ผสมกับการปลูกพืชเกษตรหลายชั้นเรือนยอด เช่น ขิง ข่า พริก กล้วย ขนุน และไผ่ เพื่อให้เกษตรกรได้มีรายได้ระหว่างรอไม้เศรษฐกิจโตเหมาะสมกับการนำไปใช้ประโยชน์ กรมป่าไม้พร้อมที่จะเข้ามาส่งเสริมให้ชุมชนปลูกไม้เศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น 
             จากการดำเนินการตามวิธีการ "ปรับ ปลูก ป่า อย่างยั่งยืน” ในครั้งนี้จะส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการปลูกป่าทั้งทางตรงและทางอ้อม ในกลุ่มเกษตรกรสามารถมีรายได้จากการที่กรมป่าไม้เข้าไปส่งเสริมการทำป่าเศรษฐกิจ และมีรายได้เสริมการจากเก็บพืชทางการเกษตรนำไปขายในช่วงรอไม้เจริญเติบโต ในส่วนของการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมยังจะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูระบบนิเวศจะมีอาหารจากป่าชุมชนเกิดขึ้นในอนาคต ให้ประชาชนสามารถเข้าไปเก็บหาของป่าตามข้อตกลงของป่าชุมชน รัฐจะได้พื้นที่ป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์กลับคืนมา กรมป่าไม้เองมุ่งเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนเพื่อให้การส่งเสริมการปลูกฟื้นฟูป่า และเพิ่มพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป ในปี 2560 กรมป่าไม้กำลังดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพ 13 จังหวัด เนื้อที่ 65,912 ไร่ และปลูกฟื้นฟูในพื้นที่ที่เหลืออีก 25 จังหวัด เนื้อที่ 23,567 ไร่ รวม 38 จังหวัดทั่วประเทศ เนื้อที่รวม 89,479 ไร่ 
              " กรมป่าไม้ ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ไม่ว่าจะปลูกในที่อยู่อาศัย ตามสถานที่ราชการ วัด สถานศึกษา ตลอดจนสถานที่สาธารณประโยชน์ เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อขอรับกล้าไม้คุณภาพดีได้จากสถานีเพาะชำกล้าไม้ ของกรมป่าไม้ทั่วประเทศ เพื่อนำไปปลูกให้ทันหน้าฝนที่กำลังจะมาถึง หรือโทรสอบถามการขอรับกล้าไม้ ได้ที่เบอร์โทร. 02-561-4292-3 ต่อ 5551 ส่วนเพาะชำกล้าไม้ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว

แกลเลอรี่