Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

วันนี้ (6 ก.ค. 60) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการนำร่องภายใต้โครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก

วันนี้ (6 ก.ค. 60) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการนำร่องภายใต้โครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก

 วันนี้ (6 ก.ค. 60) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการนำร่องภายใต้โครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก หรือ Thailand Partnership for Market Readiness เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนากลไกและเครื่องมือที่จะสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยในภาคส่วนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วยโรงงานอุตสาหกรรม อาคารธุรกิจ และเทศบาลที่เข้าร่วมโครงการนำร่อง ร่วมลงนามความร่วมมือระหว่าง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ผู้เข้าร่วมโครงการ และที่ปรึกษาโครงการ โดยมี นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานและเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้แทนจากธนาคารโลก อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มาร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องอินฟินิตี้ 2 โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร
          การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อประชาคมโลกอย่างต่อเนื่องและทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากผลการเจรจาระดับนานาชาติในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 21 (COP 21) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2558 สามารถบรรลุข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) การปรับตัวต่อผลกระทบ และการรับมือกับความสูญเสียและความเสียหาย ซึ่งความตกลงนี้เป็นความร่วมมือระยะยาวของประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยื่นสัตยาบันสารเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีสเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 โดยมีเป้าหมายการมีส่วนร่วม (Intended Nationally Determined Contribution: INDCs) ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 20 จากระดับการปล่อยกรณีปกติ ในปี 2573 โดยมีมาตรการในการลดก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน ยกเว้นด้านการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและป่าไม้ซึ่งจะพิจารณาในภายหลัง
          องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในฐานะหน่วยงานที่ส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมในการพัฒนากลไกและเครื่องมือต่างๆ มาสนับสนุนการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศ จึงได้เข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อมด้านกลไกตลาดเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก (Partnership for Market Readiness: PMR) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยธนาคารโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เนื่องจากเล็งเห็นว่ากลไกตลาด หรือ Market mechanism จะเป็นกลไกที่สำคัญในการสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดทำข้อเสนอโครงการและได้รับเงินสนับสนุนผ่านธนาคารโลกจำนวน 3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในช่วงปี 2560-2562 ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ดังนี้
          1. การเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการกลไกเพื่อส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจก (Energy Performance Certificate scheme: EPC) ซึ่งจะเน้นในการจัดการข้อมูลด้านพลังงาน และระบบการตรวจวัด การรายงานและการทวนสอบ (Measurement, Reporting ad Verification: MRV) และกรอบโครงสร้างด้านกฎหมายสำหรับกลไก EPC โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม 11 ประเภท
          2. การเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินกลไกส่งเสริมการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City program: LCC) โดยศึกษาศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก การจัดทำแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของเทศบาล และการศึกษาการกำหนดราคาของคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจาก LCC program และมาตรการจูงใจสำหรับผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตจาก LCC program โดยจะดำเนินการในเทศบาลที่เข้าร่วม 24 แห่ง
          3. การศึกษาและการเสนอกรอบโครงสร้างทางด้านกฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินการในรูปแบบระบบการซื้อขายก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme: ETS)
          ทั้งนี้ ได้ดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษามาดำเนินการศึกษาองค์ประกอบต่างๆ ภายใต้กลไก EPC และการจัดทำข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับเมือง รวมถึงการจัดทำแผนการลดก๊าซเรือนกระจกให้แก่เทศบาลที่เข้าร่วมกลไก LCC เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โรงงานควบคุม อาคารควบคุม และเทศบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีสถานประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการนำร่อง จำนวน 38 แห่ง ประกอบด้วยโรงงานควบคุมประเภทอาหารทะเลแช่แข็งและสุขภัณฑ์เซรามิก จำนวน 14 แห่ง อาคารควบคุมประเภทโรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้า จำนวน 24 แห่ง และเทศบาล จำนวน 24 เทศบาล

แกลเลอรี่