ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

รมว.ทส เอาจริง สั่งคณะทำงานสัตว์หายากให้ทำแผนเพิ่มจำนวนพะยูนให้ได้ 50% ภายใน 10 ปี

รมว.ทส เอาจริง สั่งคณะทำงานสัตว์หายากให้ทำแผนเพิ่มจำนวนพะยูนให้ได้  50% ภายใน 10 ปี

รมว.ทส เอาจริง สั่งคณะทำงานสัตว์หายากให้ทำแผนเพิ่มจำนวนพะยูนให้ได้  50% ภายใน 10 ปี

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดประชุมคณะทำงานด้านการจัดการสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ 1/2562 โดยมี ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายากฯ เป็นประธาน ในการนี้มีนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รศ.สพ.ญ.นันทริกา ซันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทช. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมปะการัง ชั้น 6 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จากความสูญเสียของมาเรียมนั้น นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดทำแผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ โดยมีการกำหนดเป้าหมายให้เพิ่มจำนวนพะยูนในประเทศไทยให้ได้ 50% ภายใน 10 ปี โดยให้ใช้บทเรียนจากกรณีมาเรียมที่คนทั้งประเทศได้ให้ความรัก ความหวังกับการเลี้ยงดูมาเรียมและไม่ต้องการให้มาเรียมต้องตายฟรี รัฐมนตรี ทส. ได้กำชับให้มีการถอดบทเรียน ลิบงโมเดล ซึ่งสามารถเพิ่มจำนวนพะยูนจาก 125 ตัว เป็น 185 ตัว ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยความสำเร็จ 3 ประการ คือ 1) คนที่รักพะยูน 2) แหล่งหญ้าทะเลที่สมบูรณ์ และ 3) การสร้างความสมดุลของการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพื้นที่และนายวราวุธได้ให้แนวคิดในการแก้ไขปัญหาเน้นเรื่องการอยู่แบบเกื้อกูล คนกับสัตว์ และควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาขยะทะเล รวมทั้งการกระชับ road map ลดการใช้ พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single use plastic)

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้กำหนดแผนปฏิบัติการมาเรียม ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมาย 12พื้นที่ในการนำลิบงโมเดลไปปรับใช้ ประกอบได้ด้วย 1) เกาะพระทอง จังหวัดพังงา 2) อ่าวพังงา 3) ศรีบ่อยา จังหวัดกระบี่ 4) เกาะลิบง เกาะมุกต์ จังหวัดตรัง 5) เกาะลิดี เกาะสาหร่าย จังหวัดสตูล 6) เกาะกูด เกาะหมาก เกาะกระดาน จังหวัดตราด 7) อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี 8) ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง 9) อ่าวสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 10) อ่าวทุ่งคา-สวี จังหวัด ชุมพร 11)อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 12)อ่าวปัตตานี จังหวัดปัตตานี ซึ่งทั้ง 12 พื้นที่เป็นบริเวณที่มีแหล่งหญ้าทะเลที่สำคัญ และเคยมีการพบพะยูนอยู่อาศัย โดยอธิบดี ทช.  ได้เน้นย้ำให้ใช้งานวิชาการเป็นฐานในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสม ให้มีการลาดตระเวนทางทะเลเชิงคุณภาพร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ให้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่เป็นสาเหตุการตายของพะยูนและส่งเสริมการท่องเที่ยวชมพะยูน โดยกำชับให้ใช้อาสาสมัครพิทักษ์ทะเลเป็นศูนย์กลางในการทำงาน โดยร่วมมือกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนั้นในส่วนของเกาะลิบง จังหวัดตรัง จะยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชมพะยูนที่สำคัญของโลก โดยความร่วมมือในการวางแผนกับภาคธุรกิจและเอกชน รวมทั้งจะมีการจัดประชุมพะยูนโลกที่จังหวัดตรังในปีหน้าเพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนการอนุรักษ์พะยูนในประเทศไทย กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายากฯ กล่าวว่า คณะทำงานด้านการจัดการสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ได้กำหนดแผนงานที่สำคัญ ภายใต้แผนพะยูนแห่งชาติประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก คือ แผนงานที่ 1 ยกระดับเครือข่ายการช่วยเหลือ การดูแลรักษา สถานที่ อุปกรณ์ บุคลากร เครือข่ายท้องถิ่น อาสาสมัคร การวิจัยการประชุม อบรมทางวิชาการและระดับอื่น ๆ ฯลฯ ให้เกิดระบบที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ เป็นผู้นำด้านการการดูแลรักษาพะยูนของภูมิภาคเอเชีย ภายใน 2 ปี โดยมีเป้าหมายให้พะยูนตายจากเครื่องมือประมงไม่เกินร้อยละ 45 (ปัจจุบัน ร้อยละ 90)แผนงานที่ 2จัดทำพะยูนโมเดล โดยใช้พื้นที่อาศัยของพะยูนเป็นต้นแบบการจัดการเพื่อการอยู่รวมกันอย่างยั่งยืน แผนดำเนินการ: ส่งเสริม สนับสนุน การบริหารจัดการในพื้นที่ การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับพะยูน อย่างยั่งยืน โดยเน้นคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และดูแลพะยูน ตลอดจนดำเนินการศึกษา วิจัยข้อมูลในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการจัดทำแผน มาตรการ และกิจกรรมต่างๆ แผนงานที่ 3 Marium Project โดยให้พะยูนและสัตว์สงวนทั้ง 4 เป็นตัวแทนความรักคนไทยต่อท้องทะเล ในการขับเคลื่อนแผนต่าง ๆ ตามยุทธศาสตร์ชาติ เปิดช่องทางให้เกิดเครือข่ายรักษ์ทะเลไทย เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน อย่างต่อเนื่อง โดยใช้แอพพลิเคชั่น “Marium & Me” เป็นสื่อกลางในการขับเคลื่อน เช่น แผนรักษ์สัตว์ทะเลแห่งชาติ แผนต่อต้านขยะทะเล ผลักดันให้เกิดความร่วมมือจากนานาชาติ เกิดการประชุมพะยูนโลก ณ ประเทศไทย การเกิดอนุสัญญาต่างๆ เพื่ออนุรักษ์พะยูนอย่างยั่งยืน

แกลเลอรี่