ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

ทส. พร้อมจัดทำแผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

ทส. พร้อมจัดทำแผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

ทส. พร้อมจัดทำแผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวแนวทางการอนุรักษ์พะยูน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในโอกาสนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วยนายโสภณ ทองดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะโฆษกประจำกระทรวงฯ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวง ทส. เข้าพบนายกรัฐมนตรีก่อนเข้าประชุม ครม. โดย  อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้นำเสนอความเป็นมาเกี่ยวกับพะยูนมาเรียม และผู้แทนจากบริษัท moreloop นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการนำผ้าที่เหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย มาสร้างให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมทั้งนำนิทรรศการมาร่วมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย ความเป็นมาของมาเรียมและแผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ความห่วงใยสัตว์ทะเลหายากจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริเวณหน้าตึกบัญชาการ ๑ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค.62 มาเรียมได้มีอาการลอยนิ่ง ตรวจไม่พบชีพจร และการตอบสนองไม่สามารถทรงตัวในน้ำได้ จึงรีบทำการกู้ชีพและกระตุ้นการหายใจ โดยกระทำเหนือน้ำ จนเริ่มตรวจพบการตอบสนอง สามารถกระพริบตา และตอบสนองต่อการสัมผัสได้ จึงนำมาเรียมลงประคองในน้ำ แต่สัญญานชีพได้หายไปอีกครั้งเวลา 23.45 น. จึงต้องนำขึ้นจากน้ำเพื่อทำการกู้ชีพ ด้วยยากระตุ้นหัวใจ ยากระตุ้นการหายใจ การใช้สารน้ำ แต่เนื่องจากไม่สามารถกู้ชีพกลับมาได้ มาเรียมจึงได้จากไปอย่างสงบจากอาการการช๊อค นอกจากนี้ยังพบเศษพลาสติกเล็กๆ หลายชิ้นขวางลำไส้ จนมีอาการอุดตันบางส่วนและอักเสบ ทำให้มีแก๊สสะสมอยู่เต็มทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดเป็นหนอง ตามมา ได้สร้างความโศกเศร้าและเสียใจให้กับวงการนักอนุรักษ์และประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก

ในการนี้ จึงได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งจัดทำแผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ โดยการกำหนดเป้าหมายให้เพิ่มจำนวนพะยูนในประเทศไทยให้ได้ 50% ภายใน 10 ปี ให้ใช้บทเรียนจากกรณีมาเรียมที่คนทั้งประเทศได้ให้ความรัก ความหวังกับการเลี้ยงดูมาเรียมและไม่ต้องการให้มาเรียมต้องตายฟรี พร้อมทั้งกำชับให้มีการถอดบทเรียน “ลิบงโมเดล” รวมทั้งการกระชับ road map ลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง และได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพะยูนยามีลอย่างใกล้ชิด โดยนำความสูญเสียในครั้งนี้มาเป็นแนวทางในการดูแลยามีลและพะยูนตัวอื่นๆ โดยรัฐบาลจะเร่งรัดการดำเนินการตามแผนการลดปริมาณขยะทะเล การปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่เป็นสาเหตุการตายของพะยูนและส่งเสริมการท่องเที่ยวชมพะยูน โดยกำชับให้ใช้อาสาสมัครพิทักษ์ทะเลเป็นศูนย์กลางในการทำงาน นอกจากนั้นในส่วนของเกาะลิบง จังหวัดตรัง จะยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชมพะยูนที่สำคัญของโลก รวมทั้งจะมีการจัดประชุมพะยูนโลกที่จังหวัดตรังในปีหน้า เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนการอนุรักษ์ทรัพยากรพะยูนในประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ในส่วนของความร่วมมือจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก มีการนำเทคโนโลยีเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นำผ้าที่เหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย มาผลิตเป็นเสื้อเพื่อลดปริมาณขยะตามนโยบายของรัฐบาล “นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย”

แกลเลอรี่