ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

รมว.ทส. กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุมระดับสูง (High-level opening session) ของการประชุม Asia-Pacific Climate Week 2019

รมว.ทส. กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุมระดับสูง (High-level opening session) ของการประชุม Asia-Pacific Climate Week 2019

รมว.ทส. กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุมระดับสูง (High-level opening session) ของการประชุม Asia-Pacific Climate Week 2019

          วันนี้ (4 กันยายน 2562) เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร นายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วยนางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมระดับสูง (High-level opening session) ของการประชุม Asia-Pacific Climate Week 2019 โดยมีผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมในพิธีเปิดการประชุม ได้แก่นาง ArmidaSalsiahAlisjahbana เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) นาย OvaisSarmad รองเลขาธิการบริหารกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เอกอัครราชทูตAmenaYauvoli ประธานMelanesian Spearhead Group (MSG) เอกอัครราชทูตPeter Thomson ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติด้านมหาสมุทร และนางสาวปุณยภา วิศวกรวิศิษฎ์ ตัวแทนเยาวชน

          ในโอกาสนี้ รมว.ทส ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม พร้อมเน้นย้ำ ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ที่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะใช้เป็นโอกาสในการนำเสนอประเด็นที่มีความสำคัญต่อภูมิภาคในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีความเปราะบางจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสูง โดยที่ผ่านมาได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากภัยพิบัติต่าง สอดคล้องกับรายงานของ Asia-Pacific Disaster Report 2019 ที่ระบุว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการเกิดภัยพิบัติถึง ๖๗๕ ล้านเหรียญสหรัฐ และพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนและยุ่งยากขึ้น  นอกจากนี้ รมว.ทส. ได้นำเสนอการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยที่มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องและมุ่งมั่นมากขึ้นโดยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ ๑๒ จากกรณีปกติ เมื่อปี ๒๕๕๙ ในภาคพลังงานและขนส่งและได้มีการยกระดับการดำเนินงานเพิ่มขึ้นโดยการประกาศเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution) ที่ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ และกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ ๒๐-๒๕ จากกรณีปกติ ภายในปี ๒๕๗๓ ประเทศไทยได้มีการจัดทำแผนที่นำทางในการลดก๊าซเรือนกระจกและแผนปฏิบัติการในสาขาพลังงาน ขนส่ง อุตสาหกรรม และของเสีย และอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมในสาขาเกษตร การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและป่าไม้ รวมทั้งได้มีการจัดทำแผนการปรับตัวแห่งชาติแล้วเสร็จเพื่อมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับภาคส่วนต่าง ๆ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นอกจากนั้น ประเทศไทยก็ยังอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพร้อมๆ กับการเร่งเสริมสร้างขีดความสามารถและความตระหนักรู้ของภาคส่วนต่าง ๆ ไปพร้อมกัน และในฐานะประธานอาเซียน ประเทศไทยได้จัดทำถ้อยแถลงร่วมอาเซียนสำหรับการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อแสดงความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกที่จะสนับสนุนการประชุมนี้ และ ท้ายที่สุดได้เน้นย้ำว่าการยกระดับการดำเนินงานจะต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับการสนับสนุนด้วย เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาที่มีภูมิคุ้มกันและปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำได้อย่างแท้จริงซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ๒๐๓๐ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและกรอบเซนไดสำหรับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติด้วย

          ทั้งนี้ การประชุม Asia-Pacific Climate Week 2019 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒ – ๖ กันยายน ๒๕๖๒ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยการประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนำเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับการยกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อปิดช่องว่างด้านการดำเนินงานที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อมุ่งควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณภูมิโลกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของความตกลงปารีสและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด รวมถึงการจัดทำข้อริเริ่มต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและสามารถนำไปสู่การดำเนินการ   ได้จริง โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะจัดขึ้นโดยเลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations Secretary-General’s Climate Summit) ในวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๒ และเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศการดำเนินงานและเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๒๕ ณ กรุงซันติอาโก สาธารณรัฐชิลี ในเดือนธันวาคมนี้ด้วย ซึ่งการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกทั้งจากภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมประมาณ ๒,๐๐๐ คน

แกลเลอรี่