Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

การประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (The Asia-Pacific Ministerial Summit on the Environment)

การประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (The Asia-Pacific Ministerial Summit on the Environment)

การประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (The Asia-Pacific Ministerial Summit on the Environment)
             

               ​พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (The Asia-Pacific Ministerial Summit on the Environment) ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (the United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP) ร่วมกับ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UN Environment) ซึ่งเป็นการประชุมที่ควบรวมการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้สหประชาชาติสองการประชุมไว้ด้วยกัน คือ การประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสำหรับเอเชียและแปซิฟิกของเอสแคป ครั้งที่ ๗ (The Seventh Ministerial Conference on Environment and Development in Asia and Pacific: MCED7) และการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในกรอบโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ ๒ (The Second Session of UN Environment’s Forum of Ministers and Environment Authorities of Asia Pacific) มีหัวข้อหลักของการประชุม คือ "Towards a resource efficient and pollution free Asia-Pacific” ซึ่งเน้นความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการขจัดมลพิษในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก
          ในโอกาสนี้ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค และผู้บริหารองค์การต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกล่าวถึงความร่วมมือของประเทศไทยกับนานาชาติ ในการดำเนินการตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมฉบับต่างๆ อาทิ ความตกลงปารีส โดยประเทศไทยได้ประกาศแสดงเจตจำนงค์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ ๒๐ ของระดับการปล่อยกรณีปกติ และเพิ่มเป็นร้อยละ ๒๕ เมื่อได้รับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี งบประมาณ และการเสริมสร้างขีดความสามารถ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ดำเนินการตามพันธกรณีของอนุสัญญาด้านสารเคมี (อนุสัญญาบาเซล อนุสัญญารอตเตอร์ดัม และอนุสัญญาสตอกโฮล์ม) และภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท เพื่อร่วมกับสหประชาชาติ ในการป้องกันสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม สำหรับการดำเนินงานของรัฐบาลไทยนั้น ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยมิติด้านสิ่งแวดล้อมได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ และประเทศไทยมีคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชาติ ของทั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือในระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งในการร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ท้าทายของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค

แกลเลอรี่