ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

ทส. เดินหน้าเตรียมรับมือสถานการณ์ปัญหาหมอกควันภาคใต้ ปี 2563 มุ่งเน้นการบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุและหมอกควันข้ามแดน

ทส. เดินหน้าเตรียมรับมือสถานการณ์ปัญหาหมอกควันภาคใต้ ปี 2563 มุ่งเน้นการบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุและหมอกควันข้ามแดน

ทส. เดินหน้าเตรียมรับมือสถานการณ์ปัญหาหมอกควันภาคใต้ ปี 2563 มุ่งเน้นการบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุและหมอกควันข้ามแดน

 

     วันนี้ (27 มิ.ย. 63) เวลา 09.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคใต้ ปี 2563 เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแนวทางในการรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคใต้ ปี 2563 โดยเน้นการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ คณะผู้บริหารระดับสูง​ของกระทรวงฯ

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 4 ผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้แทนหน่วยงานใน 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมศรีวิชัย ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช

     นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันข้ามแดนทางภาคใต้นั้น ได้มอบให้กรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กลไกข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน สำหรับสถานการณ์ไฟป่าพรุ รมว.ทส. ได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่บูรณาการร่วมกันในการสร้างฝายกันน้ำ และสูบน้ำเข้าป่าพรุนับแสนไร่ ทำให้มีปริมาณน้ำในป่าพรุที่สูงกว่าปีก่อน ซึ่งจะเป็นการป้องกันปัญหาไฟป่าได้ง่าย แต่ก็ต้องมีการเฝ้าระวังไม่ให้น้ำลดและการนำน้ำออกจากพื้นที่ป่ากันต่อไป

     รมว.ทส. ยังได้ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สร้างความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณป่าพรุในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในป่าพรุ ทั้งในเรื่องการใช้ทำการเกษตร ซึ่งจะส่งผลทำให้น้ำในป่าพรุลดน้อยลงในช่วงฤดูแล้ง อีกทั้งในช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำก็จะสูงขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาอุทกภัยตามมา​ ดังนั้น​ จึงต้องสร้างความเข้าให้แก่ประชา​ชนเพื่อบริหารจัดการน้ำในป่าพรุ​ให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุลและยังยืน​ ต่อไป

แกลเลอรี่