ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

พล.อ. ประวิตร มอบนโยบาย ทส. เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน มุ่งดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พล.อ. ประวิตร มอบนโยบาย ทส. เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน มุ่งดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พล.อ. ประวิตร มอบนโยบาย ทส. เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน มุ่งดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

              วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2563) เวลา 10.00 น. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงฯ โดย​ในการนี้​ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวง​ ร่วมให้การต้อนรับและรับมอบนโยบายสำคัญการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงฯ​ ในปี​ 2564  ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ​ผ่านระบบ​ VDO Conference​
ไปยัง 106 หน่วยงาน 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสรุปได้ ดังนี้
             1. การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ ทรงปกครองประชาชนและแผ่นดินไทยให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ดังนั้น อยากให้ร่วมกันปกป้อง รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
             2. การเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้มีการสำรวจและจัดหาอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานให้มีความเพียงพอ มีการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ให้สูงขึ้น ทั้งด้านองค์ความรู้และสมรรถภาพร่างกาย รวมถึงสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับล่าง อีกทั้ง ยังเน้นย้ำให้สร้างความร่วมมือกับพลังประชาชน เอกชน รวมถึงท้องถิ่น “เพื่อร่วมขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน”
             3. ต้องขับเคลื่อนงานเดิมให้มีปนะสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น​ ดังนี้  1) เรื่องการจัดที่ดินทำกินและอยู่อาศัย ในลักษณะแปลงรวมแก่ราษฎรผู้ยากไร้ หรือไร้ที่ดินทำกิน ภายใต้คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้ขอให้เร่งรัดการสำรวจพื้นที่การอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ รวมถึงการสร้างสาธารณูปโภคและพัฒนาอาชีพควบคู่ไปด้วย ตลอดจนฟื้นฟู พัฒนาป่าชุมชน ให้มีศักยภาพเพื่อเป็นแหล่งการสร้างงาน สร้างอาชีพและรายได้ของชุมชน รวมถึงเป็นแหล่งอาหารของราษฎรเพื่อลดรายจ่ายของครัวเรือน 2) เรื่องการปลูกป่า และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.  3) เรื่องการดำเนินงานด้านทรัพยากรน้ำ
ขอให้บูรณาการทั้งน้ำผิวดิน และน้ำบาดาล เพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม และเพื่อบริการการท่องเที่ยว 4) เรื่องการเร่งรัดการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อเกษตรแปลงใหญ่ การจัดตั้งจุดจ่ายน้ำบาดาล ในเส้นทางคมนาคมหลัก และต้องมีการเติมน้ำใต้ดินเพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด 5) การแก้ปัญหาคุณภาพอากาศ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ต้องมีการวางมาตรการและวิธีปฏิบัติในการป้องกันและลดผลกระทบ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศให้มากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง และ 6) การแก้ไขปัญหาสัตว์ป่า (ช้างและลิง) ออกจากป่ามารบกวนราษฎรในบริเวณใกล้ป่า รวมถึงการดูแล และอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก ปะการัง และแหล่งหญ้าทะเล 
             4. การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เพื่อลดผลกระทบ การสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยในเรื่องปัญหาไฟป่าและหมอกควัน​ ให้ทำความเข้าใจแก่ราษฎร ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น สร้างความตระหนัก และเข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้ง ให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อผนึกกำลังทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ส่วนท้องถิ่น และประชาชน ในการเฝ้าระวัง ป้องกันการเกิดไฟป่า มีการปฏิบัติงานเพื่อการดับไฟเมื่อเกิดไฟป่า และมีการฟื้นฟูหลังการเกิดไฟป่า ทั้งนี้ ต้องมีการเตรียมพร้อมของเครื่องมือ อุปกรณ์ และยุทธปัจจัยอื่น ๆ ที่เพียงพอต่อการสนับสนุนการปฏิบัติงาน สำหรับเรื่องปัญหาน้ำท่วม กระทรวงฯ 
ต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​เพื่อช่วยเหลือประชาชน​ โดยให้มีความพร้อมทั้งยานพาหนะ เครื่องมือ อุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือการอพยพของประชาชน การสูบน้ำ การสร้างพนังกั้นน้ำ รวมถึงแจกจ่ายน้ำดื่ม และอาหารเพื่อการยังชีพ ด้านปัญหาภัยแล้ง กระทรวงฯ มีความสำคัญในการหาน้ำต้นทุน ทั้งแหล่งน้ำผิวดินธรรมชาติ และ น้ำบาดาล ต้องประสานผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อกำหนดเป้าหมายกรช่วยเหลือ โดยเฉพาะน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ และการจัดตั้งจุดจ่ายน้ำเพื่อให้ประชาชนมีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ที่เพียงพอ
             5. กระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดการดำเนินงานในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้ 1) การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น อยากให้มีการจ้างงาน สำหรับผู้ตกงานหรือ ผู้จบการศึกษาใหม่ เพื่อปฏิบัติงานด้านการป้องกันและดับไฟป่า การปลูกป่า รวมถึงการสร้างแหล่งอาหารและแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่า และอื่น ๆ 2) การกระตุ้นระยะกลาง โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของกระทรวงฯ ทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่ป่าไม้เพื่อนันทนาการ พื้นที่ทะเลและชายหาด สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ โดยต้องปรับปรุงให้มีความพร้อม กำหนดมาตรการการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New normal) รวมถึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่รอบแหล่งท่องเที่ยว ทั้งที่พัก และร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้ราษฎรในพื้นที่ด้วย 3) การกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ส่งเสริมการปลูกไม้ทีค่าทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจากป่าปลูก ซึ่งในปัจจุบันและอนาคต ความต้องการผลิตภัณฑ์จากไม้ ไม้แปรรูป และไม้เพื่อพลังงาน มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ควรมีการส่งเสริมให้มีการปลูกไม้มีค่าในที่ดินเอกสารสิทธิ รวมถึงที่ดินราษฎรได้รับการอนุญาตจากรัฐ และต้องมีการดำเนินการเพื่อรับรองมาตรฐานด้านป่าไม้เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานการส่งออกของโลก
          6. ขอกำชับฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ เร่งรัดดำเนินการ ติดตามผลการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และรายงานผลให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมควบคุมมลพิษ สนับสนุนการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกองอำนวยการน้ำแห่งชาติอย่างเต็มที่

แกลเลอรี่