ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

“วราวุธ” รมว.ทส. ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง “ชิงเก็บ ลดเผา” เสริมสร้าง "ชุมชนวิถีใหม่ ลดฝุ่น หยุดเผา เพื่อเรา เพื่อโลก"

“วราวุธ” รมว.ทส. ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง “ชิงเก็บ ลดเผา”  เสริมสร้าง "ชุมชนวิถีใหม่ ลดฝุ่น หยุดเผา เพื่อเรา เพื่อโลก"

“วราวุธ” รมว.ทส. ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง “ชิงเก็บ ลดเผา” 
เสริมสร้าง "ชุมชนวิถีใหม่ ลดฝุ่น หยุดเผา เพื่อเรา เพื่อโลก"

    วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2564) นายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในงานสัมมนามอบนโยบายบริหารจัดการไฟป่า พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง "ชิงเก็บ ลดเผา" และโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ทสม. ในการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน อีกทั้งปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ชุมชนวิถีใหม่ ลดฝุ่น หยุดเผา เพื่อเรา เพื่อโลก” ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  และผ่านทาง Facebook LIVE เพจกองทุนสิ่งแวดล้อม, เพจ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เพจ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม,  และเพจ กรมควบคุมมลพิษ รวมถึง VDO Conference ไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 20 จังหวัด เครือข่าย ทสม. และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงร่วมงานในครั้งนี้ด้วย 

โดยโอกาสนี้ รมว.ทส. ได้ขอบคุณ กองทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณโครงการฯ กว่า 60 ล้านบาท ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) 17 จังหวัดภาคเหนือ และ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการดำเนินการป้องกันและลดการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อลดจุดความร้อน Hot Spot ลงให้ได้กว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งฝากให้ทุกภาคส่วน สร้างความรับรู้ ความเข้าใจ และกระตุ้นจิตสำนึกแก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับเงื่อนไขและมาตรการต่างๆ รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและช่วยกันดูแลป่า โดยหัวใจสำคัญ คือ การบูรณาการร่วมกันจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นการชะลอเวลา "นาฬิกาโลกร้อน" หรือ Climate Clock ที่เหลือไม่ถึง 7 ปี นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำขอให้ใช้เงินงบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด มีการเปลี่ยนแปลงเป็นที่ประจักษ์  และขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความต่อเนื่อง เข้มข้น  เพื่อให้ประเทศไทย มีอากาศที่สดใสสู่รุ่นต่อไปในอนาคต

 

“วราวุธ” รมว.ทส. ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง “ชิงเก็บ ลดเผา” 
เสริมสร้าง "ชุมชนวิถีใหม่ ลดฝุ่น หยุดเผา เพื่อเรา เพื่อโลก"

    วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2564) นายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในงานสัมมนามอบนโยบายบริหารจัดการไฟป่า พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง "ชิงเก็บ ลดเผา" และโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ทสม. ในการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน อีกทั้งปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ชุมชนวิถีใหม่ ลดฝุ่น หยุดเผา เพื่อเรา เพื่อโลก” ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  และผ่านทาง Facebook LIVE เพจกองทุนสิ่งแวดล้อม, เพจ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เพจ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม,  และเพจ กรมควบคุมมลพิษ รวมถึง VDO Conference ไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 20 จังหวัด เครือข่าย ทสม. และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงร่วมงานในครั้งนี้ด้วย 

โดยโอกาสนี้ รมว.ทส. ได้ขอบคุณ กองทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณโครงการฯ กว่า 60 ล้านบาท ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) 17 จังหวัดภาคเหนือ และ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการดำเนินการป้องกันและลดการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อลดจุดความร้อน Hot Spot ลงให้ได้กว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งฝากให้ทุกภาคส่วน สร้างความรับรู้ ความเข้าใจ และกระตุ้นจิตสำนึกแก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับเงื่อนไงและมาตรการต่างๆ รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและช่วยกันดูแลป่า โดยหัวใจสำคัญ คือ การบูรณาการร่วมกันจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นการชะลอเวลา "นาฬิกาโลกร้อน" หรือ Climate Clock ที่เหลือไม่ถึง 7 ปี นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำขอให้ใช้เงินงบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด มีการเปลี่ยนแปลงเป็นที่ประจักษ์  และขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความต่อเนื่อง เข้มข้น  เพื่อให้ประเทศไทย มีอากาศที่สดใสสู่รุ่นต่อไปในอนาคต

แกลเลอรี่