Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ทส.ยกระดับ อุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ย้ำความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต้องมาก่อน เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ประชาชน

ทส.ยกระดับ อุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ย้ำความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต้องมาก่อน เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ประชาชน

          จากการที่รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญ และส่งเสริมการท่องเที่ยว  เนื่องจากทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น มีรายได้เข้าสู่ประเทศ ประกอบกับในปี พ.ศ.2561 เป็น"ปีการท่องเที่ยววิถีไทย " โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ทั้งทางบก และทางทะเล กว่า ๑๕๔ แห่งทั่วประเทศ ซึ่ง อยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  
          ดังนั้น เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส. ได้มอบหมายให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช พัฒนาอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ  ซึ่งได้ดำเนินการมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี เพื่อให้อุทยานแห่งชาติฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานระดับสากล ทั้งด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที่ การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาระบบน้ำเสีย การพัฒนาที่พัก และโดยเฉพาะความสะอาดของห้องน้ำ /ห้องสุขา ซึ่งอุทยานฯหลายแห่งได้รับใบรับรองความสะอาดจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และประการสำคัญ ที่ท่านรมว.ทส.ให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง คือ ด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
 
          โฆษกทส.กล่าวว่า ที่ผ่านมา พบว่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จะประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้งในพื้นที่ อุทยานฯทั้งทางบกและทางทะเล แต่เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ดีพอ อีกทั้ง ยังไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ ที่มีความพร้อม รวมทั้งรถพยาบาลกู้ภัย อีกทั้งยังไม่มีความร่วมมือด้านการแพทย์ จนกระทั่งกว่า ๑ ปีที่ผ่านมา ท่าน รมว.ทส.จึงได้สั่งการให้ อส. เตรียมความพร้อม ทั้งด้านพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มีความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาล มีความร่วมมือจากศูนย์บริการการแพทย์ พร้อมทั้ง ได้จัดสรรงบประมาณ โดยนำเงินรายได้ อุทยานฯ(ที่ อส.สามารถจัดเก็บในปี ๒๕๖๐ ได้สูงกว่า ๒,๔๐๐ ล้านบาท จากที่ก่อนปี ๒๕๕๗ เก็บรายได้เพียง ๖๐๐ กว่าล้านบาท) มาจัดซื้อ รถกู้ภัยพร้อมอุปกรณ์ ที่ทันสมัย เพื่อช่วยชีวิตนักท่องเที่ยว  จำนวน 30 คัน ซึ่งเป็นการนำเงินรายได้คืนสู่สังคม เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวให้ได้รับความปลอดภัย
    ดังนั้น เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2560 รมว.ทส.จึงได้ให้ อส.ร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) จึงได้ดำเนินการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุ พร้อมทั้งทบทวนความรู้ เสริมสร้างความรู้ใหม่ และเพิ่มทักษะความชำนาญให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อเตรียมความพร้อมการประเชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างถูกต้องรวดเร็วและทันท่วงที  โดยท่าน รมว.ทส. ได้มาเป็นประธาน พร้อมด้วยนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงฯ และผู้บริหาร ทส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ซึ่งมีการจำลองเหตุการณ์เครื่องบินเหมาลำ เกิดอุบัติเหตุต้องลงฉุกเฉินที่เขาใหญ่ ซึ่งแผนปฏิบัติการต้องระดมช่วยทั้งทางบก อากาศ และทางน้ำ ทั้งนี้ การฝึกซ้อมครั้งนี้ จนท.ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีมีความพร้อม จนได้รับคำชมเชยจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
 
          ทั้งนี้  ทส.โดย อส.ได้ตั้งศูนย์กู้ภัยและมวลชนสัมพันธ์จำนวน 7 แห่ง ในทุกภูมิภาค เพื่อปฏิบัติงานด้านป้องกันและการกู้ภัย ออกปฏิบัติกรณีเหตุฉุกเฉินอพยพ และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย  ซึ่งต่อจากนี้ไป ในพื้นที่อุทยานฯ จะมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมมีรถกู้ภัยจำนวน  30 คัน และจะเพิ่มเพื่อให้กระจายในอุทยานฯ ในทุกแห่ง พร้อมกันนี้ ทส.โดย สำนักการบิน /สป.ทส. พร้อมสนับสนุนอากาศยานกู้ภัย โดยเฮลิคอปเตอร์ที่หมุนเวียนใช้อยู่ 8 ลำ และ ท่านรมว.ทส. ได้ให้จัดหาเพิ่มในปี ๒๕๖๑ อีก ๒ลำ เพื่อให้เพียงพอต่อภาระกิจ โดยที่ผ่านมาสามารถให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุได้อย่างทันท่วงที โดยในปีพ.ศ.๒๕๖๑ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในอุทยานฯ เพิ่มขึ้นจาก ๑๘ ล้านคน ในปี ๒๕๖๐ เป็น ๒๐ ล้านคน จึงต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

          อนึ่งเพื่อเป็นการคุ้มครอง นักท่องเที่ยวในด้านประกันภัย อส.จึงได้ทำ MOU กับบริษัทประกันภัย จัดทำโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยวอุทยานโดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถซื้อประกันภัยครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยาน ได้ตามความสมัครใจ สำหรับคนไทยราคา ๖ บาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติราคา ๔๐ บาท มีระยะเวลาเอาประกัน ๗ วัน โดยหากเสียชีวิตมีเงินคุ้มครอง ๓-๔ แสนบาท และบาดเจ็บ ๑-๑.๕ หมื่นบาท โดยเริ่มดำเนินการแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในอุทยานขนาดใหญ่ เช่น ภูกระดึง ภูเรือ และเขาใหญ่ และจะดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวในอุทยานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเหมือนในต่างประเทศต่อไป   
 
           นอกจากนี้ นายประลอง ดำรงค์ไทย โฆษกทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า อส. ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการ “ประกวดอุทยานแห่งชาติสีเขียว (Green National Park)” โดยจัดให้มีหลักเกณฑ์การประกวดฯ พร้อมทั้ง มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา ทั้งจากหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงฯ ลงพื้นที่ตรวจประเมินอุทยานฯ พร้อมให้คำแนะนำ เพื่อพัฒนา ปรับปรุงอุทยานฯ เพื่อให้มีการบริการประชาชนที่ดี เช่น ความสะอาดห้องน้ำ เพื่อให้รักษามาตรฐาน ตามที่ได้รับใบประกาศจากกรมอนามัย รวมทั้งการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม การจัดระเบียบที่พัก ลานกางเต๊นท์  เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำให้อุทยานฯ มีการพัฒนาไปสู่มาตรฐานระดับสากล  
 
          “อนึ่ง ในการเตรียมพร้อมการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พร้อมจัดรถกู้ภัย จำนวน ๓๐ คัน นั้นเป็นการมอบของขวัญ จากรัฐบาล โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้แก่ประชาชน  และทส.เองยัง มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุทยานแห่งชาติฯ ให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของประเทศ อีกทั้ง เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว เข้ามาท่องเที่ยวอย่างมีความสุข มีความปลอดภัย และได้รับบริการที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ ถึง ๑ มกราคม ๒๕๖๑  อุทยานแห่งชาติฯทุกแห่งทั่วประเทศจะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรี พร้อมมีการสวดมนต์ข้ามปีในคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ และตื่นขึ้นมาเพื่อร่วมตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ ๑ มกราคม ๒๕๖๑  อย่างไรก็ตาม โฆษกทส. ได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวงดนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาดื่มและไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในเขตอุทยานฯ” โฆษกกระทรวงฯ กล่าวสรุปในตอนท้าย

ภาพและข่าว: โฆษก ทส., เผยแพร่: อาทิตยา

แกลเลอรี่