ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

“วราวุธ” ส่งมอบแนวไม้ไผ่กันคลื่นให้ชาวเพชรบุรี หวังแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และใช้ประโยชน์ในอนาคตอย่างยั่งยืน

“วราวุธ” ส่งมอบแนวไม้ไผ่กันคลื่นให้ชาวเพชรบุรี  หวังแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และใช้ประโยชน์ในอนาคตอย่างยั่งยืน

 “วราวุธ” ส่งมอบแนวไม้ไผ่กันคลื่นให้ชาวเพชรบุรี  หวังแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และใช้ประโยชน์ในอนาคตอย่างยั่งยืน

วันนี้ (3 มิถุนายน 2564) เวลา 10.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบโครงการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น จังหวัดเพชรบุรี ส่งมอบโมเดลจำลองโครงการ และโมเดลทุ่นดักขยะให้กับตัวแทนชุมชนในพื้นที่ พร้อมร่วมปลูกป่าชายเลน (ต้นแสมและโกงกาง) บริเวณหลังแนวปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น โดยมี ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขา รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. และคณะผู้บริหาร ทส. เข้าร่วม ณ บริเวณตลาดกลางท่าเทียบเรือบางแก้ว จังหวัดเพชรบุรี

นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้กล่าวย้ำถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่ยังคงพบเห็นได้ในหลายพื้นที่ ว่าต้องรักษาสมดุลธรรมชาติและป้องกันผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งทุกโครงการ และมาตรการต่างๆ จะต้องผ่านความเห็นชอบของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก่อน การแก้ไขปัญหาจะใช้ความคิด และความร่วมมือของพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีเป็นสำคัญ โดยได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาออกเป็น 3 มาตรการ คือ มาตรการขาว เขียว และเทา 4 แนวทาง คือ แนวทางการปรับสมดุลชายฝั่ง แนวทางการฟื้นฟูเสถียรภาพชายฝั่ง แนวทางการป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งจะมีแนวทางที่ชัดเจนว่าหาดไหนใช้แนวทางใดในการแก้ปัญหา จะได้ไม่มีการแก้ไขปัญหาซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงานดังเช่นในอดีต

ในภาพรวมของประเทศยังคงเหลือพื้นที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอีกถึง 87 กิโลเมตร จากความยาวชายฝั่งทั้งสิ้น 3,151 กิโลเมตร ซึ่งในวันนี้ ได้ส่งมอบ แนวปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2564 ระยะทางปักกว่า 4,310 เมตร ในพื้นที่ตำบลปากทะเล 2,770 เมตร และตำบลบางแก้ว 1,540 เมตร ให้กับจังหวัดเพชรบุรี ได้ดูแลร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประโยชน์จากแนวปักไม้ไผ่ดังกล่าว นอกจาก จะช่วยแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลนแล้ว ยังมีส่วนช่วยเร่งการตกตะกอนและเพิ่มพื้นที่หาดเลนหลังแนวไม้ไผ่ อันจะส่งผลให้พื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นอีกด้วย และหลังจากนี้ จะต้องมีการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ที่ยังคงเหลืออยู่อีกประมาณ 7.69 กิโลเมตร ต่อไป

ทั้งนี้ ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงพี่น้องประชาชน จังหวัดเพชรบุรีว่า “ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเกิดได้ทั้งจากธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์ การแก้ไขปัญหา ไม่ใช่การทำอย่างฝืนธรรมชาติ แต่ต้องกลมกลืนกับธรรมชาติและแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน การปักแนวไม้ไผ่ ชะลอคลื่น คือ การใช้วัสดุธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ ซึ่งง่ายต่อการจัดการและดูแล รักษาสมดุลธรรมชาติ และยังเกิดประโยชน์แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน”

แกลเลอรี่