Loading...

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

แถลงข่าว จับกุมผู้ต้องหารายใหญ่ หนึ่งในขบวนการลักลอบค้าไม้พะยูงข้ามชาติ

แถลงข่าว จับกุมผู้ต้องหารายใหญ่ หนึ่งในขบวนการลักลอบค้าไม้พะยูงข้ามชาติ

        สืบเนื่องจากกรณีหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) พร้อมชุดปฏิบัติการของศูนย์พิทักษ์ป่า (ศปก.พป) ชุดปฎิบัติการของ ศปป4.กอ.รมน. ได้เข้าปิดล้อมจับกุมและกลุ่มคนร้ายได้ต่อสู้และขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบทำไม้มีค่าหายาก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง บริเวณสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560 จากการเข้าปฎิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในระหว่างเกิดเหตุจำนวน 3 ราย และ สภ.อ.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 22 ราย ซึ่งมีอดีตนายตำรวจยศพันตำรวจโทรายหนึ่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ และทนายความคนหนึ่งที่ร่วมกับนายตำรวจยศพันตำรวจตรีในพื้นที่อีกหนึ่งรายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือด้านคดีกับกลุ่มขบวนการ และคณะเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการร่วมกันเพื่อขยายผลจนพบว่า ขบวนนี้เป็นขบวนการใหญ่ระดับต้นของประเทศ  ผู้ร่วมขบวนการจำนวนมากและผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งชาวไทยที่มีคดีลักลอบไม้พะยูงหลายคดี และชาวเวียดนามซึ่งมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

          กระทั่งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.)โดยการอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ พล.ท.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4กอ.รมน. , พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รักษาการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 3 ได้ลงพื้นที่เป้าหมายบริเวณรีสอร์ทเรือนรัดเกล้า หมู่ 10 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา.ตามที่จากการขยายผลตามคำให้การของนายสมิง สอนครบุรี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ โดยนายสมิงให้การว่ากลุ่มขบวนการได้ใช้รีสอร์ท ดังกล่าวเป็นที่พัก และวางแผนการของกลุ่มขบวนการในทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อนที่กลุ่มขบวนการจะเข้าไปลักลอบทำไม้พะยูง และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบขยายผล เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 มีนางปิยะนันท์ ชุ่มดวงแสดงตนเป็นผู้ดูแลรีสอร์ท โดยให้การว่ารีสอร์ทเรือนรัดเกล้า เป็นของ พ.ต.ท.ชุมพล เพ็งศิริ อดีตนายตำรวจนอกราชการ และแจ้งว่าเจ้าของไปทำธุระที่จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังนางปิยะนันท์ ขุ่มดวง ได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับ พ.ต.ท.ชุมพล เพ็งศิริ โดยให้รายละเอียดว่ารีสอร์ทดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์ที่ดินเป็น สปก4-01 และภายหลัง พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ได้แสดงตนและขอเข้าตรวจสอบภายในรีสอร์ท  พบว่ารีสอร์ทดังกล่าวก่อสร้างในเขตป่าไม้ตาม พรบ.ป่าไม้2484 และอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ตรวจสอบพื้นที่ของ       รีสอร์ท ได้เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ คณะเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการในการเดินสำรวจเพื่อออก สปก4-01 เท่านั้น ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารีสอร์ท ดังกล่าวได้เปิดบริการแล้วตรวจพบว่าน่าจะใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ คณะเจ้าหน้าที่จะประสานการปฏิบัติข้อมูลกับทางสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จังหวัดนครราชสีมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้ขยายผลตรวจสอบในบริเวณที่เกิดตรงจุดที่ต้นพะยูงทั้งต้นที่ 1 และต้นที่ 2 ถูกตัดฟันตรวจพบ ไม้พะยูงท่อนจำนวน 2 ท่อน ถูกคนร้ายพยายามเคลื่อนย้ายไม้พะยูงออกมาจากบริเวณตอไม้ ออกมาทิ้งไว้บนเส้นทาง โดยตรวจพบล้อเข็นแตกหักไม่สามมารถขนย้ายได้กลุ่มคนร้ายจึงทิ้งไว้ในเส้นทาง และสำรวจโดยละเอียด ตรวจสอบโดยใช้การลอกลายหน้าตัดตรวจพิสูจนน์ พบว่าเป็นไม้ที่ถูกตัดฟันและตัดทอนออกมาจากต้นเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันทำบันทึกเรื่องราวเพิ่มเติมส่งให้ พนักงานสอบสวน สภ.อุดมทรัพย์ เพื่อดำเนิคนดีเพิ่มเติมต่อกลุ่มขบวนการ

          หลังจากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจสอบพื้นที่ ตรวจพบในบริเวณใกล้เคียงพบตอต้นพะยูงอีกต้นขนาดใหญ่วัดเส้นรอบวงได้ 284 เซนติเมตรถูกตัดโค่นลงมาไม่นานและถูกแปรรูปขนย้ายไม้ออกไปยังเหลืออยู่บางส่วน คณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโดยโดยละเอียดพบว่าเป็นต้นพะยูงต้นเดียวกันกับที่ผู้ต้องรายนายเสฎวุฒิ เคนวันให้การรับสารภาพว่าตนเองและกลุ่มขบวนการได้เคยเข้ามาลักลอบออกไปตั้งแต่ช่วงวันที่ 28กันยายน2560ที่ผ่านมาและพยายามจะเข้ามาลักลอบ ไม้พะยูงอีกต้นแต่ถูกเจ้าหน้าที่ล้อมจับกุมเสียก่อน คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันบันทึกเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษส่งให้ พนังงานสอบสวน สภ.อุดมทรัพย์ จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการเพิ่มเติมอีกคดีหนึ่ง

          จากการขยายผลเกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม2560 นำโดย พ.ต.อ. ปัญญา ปิ่นสุข รักษาการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ในขณะนั้น) พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ศปป4.กอ.รมน. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร (ศปก.พป) และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย หมวด รส. ร.9พัน.1 โดย ร.อ. วัฒนา กุณา ได้ลงพื้นที่เป้าหมายตรวจสอบขยายผลรถยนต์ของกลางในคดี เป็นรถISUZU สีขาว ทะเบียน 1กต 7416กทม.ซึ่งตรวจสอบพบว่าปลอมแปลงทะเบียน และทะเบียนที่แท้จริง คือ ฆค 9344กทม. จากการตรวจสอบเลขเครื่อง JE9657 เลขแชสซิส MP1TFR85HBT119058 ซึ่งเป็นรถยนต์ของกลางในคดีดังกล่าว

          และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบขยายผล เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2560 มีนางปาทิตา ไชยชิต แสดงตนเป็นเจ้าของบ้านนำตรวจค้น และมี น.ส. นภกมล แก้วฉายแสง มีความเกี่ยวข้องเป็นน้องสาวของนางปาทิตาฯ ให้การว่าเป็นผู้ใช้รถยนต์ทะเบียน ฆค9344โดยใช้ชื่อ น.ส. จิตรตรานิจ ไชยชิต เป็นผู้เช่าซื้อ และเกิดปัญหาทางการเงินจึงนำรถยนต์คันดังกล่าวไปจำนำที่เต้นท์รถแห่งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2557มาทราบภายหลังว่าเต้นท์รถได้ขายรถคันดังกล่าวไปแล้ว และไม่ทราบเรื่องรถยนต์คันดังกล่าวอีกเลย และพร้อมจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ และคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมเข้าตรวจสอบบริเวณเตนท์รถยนต์ ของบริษัท เจ .เค.สมาร์ท คาร์ จำกัด ซึ่งเป็นเต็นท์รถยนต์ซึ่ง น.ส.นภกมล แก้วฉายแสง ให้การว่าได้นำรถยนต์คันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดจับกุมได้ขณะขนไม้พะยูง มาจำนำไว้ตั้งแต่ปี 2557 และภายหลังไม่ทราบว่าถูกขบวนการนำไปขนไม้พะยูงได้อย่างไร ทางด้านนาย ธนณัฏฐ์ สมบัติอมรกุล อ้างว่าไม่สามารถจำได้ว่าเป็นรถคันไหน เพราะตนเองรับจำนำไว้จำนวนมากและกล่าวอ้างว่าน่าจะเป็นรถที่ นายภูธดา(โอ)นายหน้าค้ารถยนต์นำมาจำนำไว้และได้ขโมยออกไปจำนวน 4คันหลายปีมาแล้วแต่ไม่ได้มีการแจ้งความไว้แต่อย่างใด พ.ต.อ. ปัญญา ปิ่นสุข รักษาการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเชิญนาย ธนณัฏฐ์ สมบัติอมรกุล และผู้เกี่ยวข้องเพื่อไปบันทึกสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อขยายผลตามหาผู้กระทำผิด การขยายผลความผิดฐาน พ.ร.บ.การฟอกเงิน ทางด้าน ปปง.ได้ดำเนินการคืบหน้าไปมากทำให้ทราบความเชื่อมาโยงของกลุ่มขบวนการกับบุคคลอื่นอีกจำนวนมาก ซึ่งจะมีการดำเนินการขยายผลให้ถึงที่สุดต่อไป

          ล่าสุด วันที่ 19 มกราคม 2561 ชุดปฎิบัติการ บก.ปทส.นำโดย พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ได้เข้าจับกุม ตัว นายธวัชชัย รักษาศิล และลูกน้องคนสนิท คือนายรุ่งอรุณ บุตรดาดวง มือขวานายธวัชชัย ได้ในเขตท้องที่ จ.ขอนแก่น และนำตัวมาสอบสวนเพื่อขยายผลที่ บก.ปทส.  โดยในคดีนี้ทางผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่าวันนี้เป็นการบูรณาการกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานงานตำรวจแห่งชาติจะร่วมบูรณาการขยายผลต่อกลุ่มขบวนการให้ถึงที่สุด

          ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดี กรมป่าไม้ กล่าวว่าคดีดังกล่าวถือว่ามีความอุกอาจของกลุ่มขบวนการมาก กลุ่มขบวนการเคยกระทำผิดทางด้านคดีไม้พะยูงมาจำนวนหลายคดี หลายท้องที่แต่ไม่ยอมหยุดการกระทำและจากการตรวจสอบพบน่าจะเป็นกลุ่มขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติขบวนการใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งได้ประสานบูรณาการทุกหน่วยงานให้ขยายผลให้ถึงที่สุด รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบขยายผลทางการเงินเพื่อขยายผลร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการพอกเงิน ดำเนินการยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันได้ประสานการบูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง.ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องประสานการปฏิบัติขยายผลให้ถึงที่สุดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการดังกล่าวให้ถึงที่สุด คดีดังกล่าวถือว่ามีความอุกอาจของกลุ่มขบวนการอย่างมาก

ภาพและข่าว: กรมป่าไม้, เผยแพร่: อาทิตยา

แกลเลอรี่