Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี

Provincial Office of Natural Resources and Environment Surat Thani

ขนาดอักษร ก ก ก
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ข่าวประชาสัมพันธ์

ขอแสดงความยินดี กับความภาคภูมิใจของเครือข่ายทสม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทสม. ดีเด่นประจำปี 2569

ขอแสดงความยินดี กับความภาคภูมิใจของเครือข่ายทสม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทสม. ดีเด่นประจำปี 2569

ขอแสดงความยินดีกับเครือข่ายทสม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทสม. ดีเด่นประจำปี 2569 2 ผลงานเด่น ได้แก่ ประเภทบุคคล นางอภิชยา บูรณากูลด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

นางอภิชยา บูรณากูล (พี่หนุ่ย) ทสม. ตำบลพุมเรียง เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนความคิดของชุมชน จนสามารถฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนกว่า 2,700 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งทำกินและฐานเศรษฐกิจยั่งยืน อนุรักษ์ปูแสม และประเภทเครือข่ายทสม. ดีเด่น เครือข่าย ทสม. อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ 
เครือข่ายลุ่มน้ำคลองยัน สุราษฎร์ธานี ชูโมเดล “คนอยู่ ป่ายัง น้ำยืน” ความสำเร็จการจัดการน้ำชุมชนและเตือนภัยพิบัติยั่งยืน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี — เครือข่ายอนุรักษ์ฟื้นฟูภูมินิเวศลุ่มน้ำคลองยัน ร่วมกับมูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สรุปความสำเร็จการบริหารจัดการน้ำชุมชนและการบรรเทาภัยพิบัติในพื้นที่ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยน้อมนำแนวพระราชดำริและหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ภายใต้แนวคิด "คนอยู่ ป่ายัง น้ำยืน" เปลี่ยนผ่านพื้นที่ประสบภัยพิบัติเรื้อรังสู่พื้นที่ต้นแบบระดับประเทศ
พลิกฟื้นภัยพิบัติกว่า 40 ปี ด้วยระบบบริหารจัดการน้ำชุมชน พื้นที่ลุ่มน้ำคลองยันเป็นป่าต้นน้ำสำคัญความยาว 70 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง แต่ในอดีตต้องประสบปัญหาน้ำท่วมหลาก ดินถล่ม และขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งมายาวนานกว่า 40 ปี เครือข่ายฯ จึงร่วมมือกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำเทคโนโลยีสารสนเทศ GIS, GPS ภาพถ่ายดาวเทียม และระบบโทรมาตรมาจัดทำแผนที่ผังน้ำชุมชนเพื่อเฝ้าระวังภัยพิบัติ
สร้างฝาย 700 แห่ง ประปาภูเขา มั่นคงน้ำอุปโภคบริโภค จากการบูรณาการร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) สภากาชาดไทย มูลนิธิโคคา-โคล่า และบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ชุมชนได้ร่วมกันสร้างฝายชะลอและกักเก็บน้ำรวม 700 ฝาย ใน 27 ลำห้วยสาขา เกิดปริมาณน้ำสำรอง 15,750 ลูกบาศก์เมตร ช่วยชะลอความแรงของน้ำหลากจากเดิม 4 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 6–8 ชั่วโมง และลดระยะเวลาน้ำท่วมขังจาก 10 วัน เหลือเพียง 2 วัน พร้อมพัฒนาระบบประปาภูเขาและถังพักน้ำสะอาด ทำให้มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคเฉลี่ย 38,900 ลิตร/วัน ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มของชุมชนได้ถึง 3.66 ล้านบาทต่อปี
ฟื้นคืนระบบนิเวศ เพิ่มรายได้เกษตรกรด้วย "สวนพ่อเฒ่า เก้าเรือนยอด" การดำเนินงานดังกล่าวยังส่งผลให้ระบบนิเวศป่าไม้และสายน้ำฟื้นตัวอย่างเด่นชัด โดยมีการจัดตั้งป่าชุมชน 11 เขต รวมพื้นที่ 20,889 ไร่ และจัดตั้งเขตอภัยทาน (วังปลา) 27 เขต ระยะทาง 8.1 กิโลเมตร ทำให้พบพันธุ์ปลามากกว่า 60 ชนิด และพันธุ์ไม้ท้องถิ่นกว่า 200 ชนิด นอกจากนี้ ชุมชนยังปรับเปลี่ยนการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรผสมผสาน "สวนพ่อเฒ่า เก้าเรือนยอด" (สวนสมรม) ในรูปแบบป่ายางและป่าปาล์ม ครอบคลุม 6,599 ครัวเรือน ช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนจากเดิม 30,000 บาท เป็น 75,000 บาทต่อปี และลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ 36,500 บาทต่อปี
ตั้งศูนย์เตือนภัยภาคประชาชน พร้อมยกระดับสู่พลังงานสะอาด ด้านการรับมือภัยพิบัติ เครือข่ายฯ ได้จัดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยด้วยวิทยุสื่อสารภาคประชาชน (CB) ครอบคลุม 4 ตำบล 46 หมู่บ้าน มีวิทยุแม่ข่าย 25 สถานี และลูกข่าย 300 เครื่อง รายงานสถานการณ์น้ำทุกวันเวลา 19.40 น. อีกทั้งยังจับมือกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เก็บตะวัน จำกัด ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ในแปลงเกษตรและประปาหมู่บ้าน จัดตั้ง "กองทุนเก็บแดด" และวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคม
ยกระดับสู่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ปัจจุบัน ลุ่มน้ำคลองยันได้รับการยกระดับเป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ" เปิดรับคณะศึกษาดูงานจากองค์กรระดับประเทศและนานาชาติ เช่น สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) พร้อมส่งต่อศักยภาพอาสาสมัครและอุปกรณ์ช่วยเหลือข้ามพื้นที่ไปยังผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง
 

แกลเลอรี่