ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

“พัชรวาท” คิกออฟศูนย์บรรเทาภัยแล้ง ทส. พร้อมเปิด “Hotline สายน้ำ”: Green Call 1310 กด 4 กด 5 รับแจ้งภาวะน้ำแล้ง มั่นใจพาประชาชนฝ่าวิกฤตแล้งได้

“พัชรวาท” คิกออฟศูนย์บรรเทาภัยแล้ง ทส. พร้อมเปิด “Hotline สายน้ำ”: Green Call 1310 กด 4 กด 5 รับแจ้งภาวะน้ำแล้ง มั่นใจพาประชาชนฝ่าวิกฤตแล้งได้

“พัชรวาท” คิกออฟศูนย์บรรเทาภัยแล้ง ทส. พร้อมเปิด “Hotline สายน้ำ”: Green Call 1310 กด 4 กด 5 รับแจ้งภาวะน้ำแล้ง มั่นใจพาประชาชนฝ่าวิกฤตแล้งได้   

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิด “ศูนย์บรรเทาภัยแล้ง” พร้อมเปิดสายด่วนรับแจ้งภาวะน้ำแล้งโดยตรง ผ่าน Hotline สายน้ำ หรือ สายด่วน Green Call 1310 ของกระทรวงฯ โดยกด 4 แจ้งเหตุกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กด 5 แจ้งเหตุกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อร่วมป้องกันแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้งที่กำลังจะมาถึง บรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที เพื่อการบริหารจัดการน้ำกินน้ำใช้ของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมี ร.อ. รชฏ พิสิษฐบรรณกร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯ นายนพดล พลเสน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ พร้อมด้วยนายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และนางอรนุช หล่อเพ็ญศรี อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากทั้ง 2 หน่วยงานให้การต้อนรับ ณ ศูนย์บรรเทาภัยแล้ง ชั้น 11 อาคารกรมทรัพยากรน้ำ

พล.ต.อ.พัชรวาท เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ จึงได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์บรรเทาภัยแล้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้กรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นหลักในการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน บรรเทาภาวะขาดแคลนน้ำ ทั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญกับน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ตามลำดับ โดยให้มีการเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง ให้สำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ต้นน้ำและแหล่งน้ำสาธารณะที่มีศักยภาพ เพื่อให้มีปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น สำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำและจัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงจุดจ่ายน้ำบาดาลต้องพร้อมใช้งาน จุดไหนมีปัญหาให้เร่งซ่อมแซม โดยมั่นใจว่าศูนย์บรรเทาภัยแล้งของกระทรวงฯ จะสามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในภาวะภัยแล้งของปีนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องจัดเตรียมแผนระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนด้วย ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจเพื่อฝ่าฟันวิกฤตภัยแล้งในครั้งนี้ไปด้วยกัน

ด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง มีการจัดเตรียมจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค 607 แห่ง บ่อน้ำบาดาลทั่วประเทศ เฉพาะบ่อราชการ 105,243 บ่อ และบ่อสังเกตการณ์ระดับน้ำบาดาลและคุณภาพน้ำบาดาล 1,956 บ่อ 1,183 สถานี ขณะเดียวกัน กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เตรียมความพร้อมมาตรการเชิงรุกใน 5 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการซ่อมบำรุงรักษาและฟื้นฟูระบบประปาบาดาลเดิม 1,714 แห่ง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำบาดาลด้วยการเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติม ในโครงการระบบประปาบาดาลเดิมที่ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในพื้นที่ที่มีศักยภาพน้ำบาดาล 210 แห่ง โครงการเพิ่มน้ำต้นทุนให้กับประชาชนทั้งน้ำอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่โครงการพระราชดำริ 12 แห่ง โครงการน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน 243 แห่ง โครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 336 แห่ง โดยทั้งหมดจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน 36.37 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ให้ครัวเรือนได้รับประโยชน์กว่า 73,388 ครัวเรือน 

แกลเลอรี่