Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี

Provincial Office of Natural Resources and Environment Uthai Thani

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

หวั่นปริมาณขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้วจำนวนมหาศาล กระทบสิ่งแวดล้อม

หวั่นปริมาณขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้วจำนวนมหาศาล กระทบสิ่งแวดล้อม

หวั่นปริมาณขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้วจำนวนมหาศาล กระทบสิ่งแวดล้อม
จนถึงขณะนี้ ผลกระทบด้านต่าง ๆ จากการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกยังสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน อย่างมิอาจประเมินได้ เพราะการระบาดยังไม่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามได้มีการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ในหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากขยะติดเชื้อที่มาจากมาตรการการรักษาและป้องกัน
.
ยากที่จะปฏิเสธว่านับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาดเป็นต้นมา หน้ากากอนามัยโดยเฉพาะแบบที่ใช้แล้วทิ้ง ได้ถูกผลิตขึ้นและใช้งานเป็นจำนวนมาก แม้จะยังไม่มีการรวบรวมตัวเลขทั้งหมดอย่างเป็นทางการ แต่จากรายงานข่าว เช่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ม.ค. 2564 สำนักข่าวซินหัวของจีน ได้รายงานว่า ข้อมูลทางการระบุว่า ระหว่างเดือนมีนาคม-ธันวาคม 2020 จีนได้ส่งออกหน้ากากอนามัย 2.24 แสนล้านชิ้น เพื่อช่วยหลายประเทศต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 หากรวมตัวเลขที่จีนผลิตเพื่อใช้ในประเทศและหน้ากากอนามัยที่ประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยผลิตขึ้นใช้งาน จำนวนทั้งหมดย่อมมากมายมหาศาลจนกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้ไม่ยาก
.
ด้าน กรีนพีซ ไต้หวัน หรือ องค์การสาธารณประโยชน์ (NGO) นานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ ประจำไต้หวัน เคยรายงานว่า ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่การระบาดมีความรุนแรงสูงสุด ไต้หวันได้ผลิตและใช้หน้ากากอนามัยมากถึง 1.3 ล้านชิ้นโดยประมาณ โดยมีการประเมินอีกว่าด้วยว่าหน้ากากแต่ละอันมีน้ำหนัก 4 กรัม เทียบได้กับน้ำหนัก 5,500 ตันของขยะทั่วไปที่ถูกสร้างขึ้นภายในระยะเวลา 3 เดือน ประกอบกับกฎระเบียบและข้อบังคับด้านการทิ้งหน้ากากอนามัย ซึ่งแต่ละประเทศได้กำหนดไปในทิศทางเดียวกัน ว่า หน้ากากที่ใช้แล้วเป็นขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ เพราะอาจมีการปนเปื้อน กลายเป็นแหล่งแพร่ไวรัสได้ ขยะจากหน้ากากอนามัยใช้แล้วจึงอาจจะสร้างประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าวิตกในอนาคต
.
หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ทั่วโลก ต่างออกมาแสดงความกังวลและประเมินในทิศทางเดียวกันว่า ขยะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว อาจจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยหากวิเคราะห์จากกระบวนการผลิต ประกอบขึ้นเป็นหน้ากากอนามัย ผ้าที่ขึ้นรูปจากเส้นใยโดยตรง (non-woven fabric) วัตถุดิบหลักซึ่งเป็น พอลิโพรไพลีน (Polypropylene) และถ่านกัมมันต์ ในปริมาณมาก ทำให้หน้ากากอนามัยกลายเป็นขยะพลาสติกที่ใช้เวลาในการย่อยสลายนานกว่าจะย่อยสลาย และระหว่างย่อยสลายสามารถปลดปล่อยสารพิษได้อย่างต่อเนื่อง
.
ขณะเดียวกัน ก็กังวลด้วยว่าหากหน้ากากอนามัยใช้แล้วถูกทิ้งในแหล่งน้ำหรือทะเล รูปลักษณ์ที่ดูคล้ายพืชหรือสิ่งมีชีวิต อาจจะทำให้สัตว์น้ำบางชนิด เช่น เต่าทะเล ที่อาจเข้าใจผิดว่าหน้ากากอนามัยใช้แล้วคืออาหาร ขณะเดียวกันอนุภาคพลาสติกที่ถูกปลดปล่อยระหว่างการย่อยสลาย จะยังคงสะสมอยู่ในน้ำและในห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำจืดหรือทะเล ซึ่งในที่สุดก็ย้อนกลับมาอยู่ในวงจรสิ่งแวดล้อม วงจรแหล่งอาหาร สร้างผลกระทบถึงมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ขณะที่ประเทศไทย ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาแนะนำการจัดการหน้ากากอนามัยใช้แล้ว อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนด ให้หน้ากากอนามัยใช้แล้วเป็น“มูลฝอยติดเชื้อ” ที่ต้องมีการจัดการตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 โดยรวบรวมในภาชนะที่มีสีหรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงมูลฝอยติดเชื้อ ต้องเก็บรวบรวม และกำจัดทำลายอย่างถูกต้อง
.
หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกวัน ห้ามใช้ซ้ำ ควรตัด ฉีกทำลายก่อนทิ้ง เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ใหม่ ควรแยกทิ้งจากขยะประเภทอื่นๆ หรือทิ้งในจุดที่กำหนดไว้สำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วตามจุดต่างที่รัฐจัดไว้ ห้ามเก็บหน้ากากอนามัยใช้แล้วไว้ในที่พักอาศัย เกิน 7 วัน
.
องค์กรหรือสถานประกอบการ ควรทิ้งโดยแยกทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วใส่ถุงขยะ 2 ชั้น ราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาว มัดปากถุงให้แน่น เขียนข้อความระบุไว้อย่างชัดเจน ว่า“ถุงขยะสำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว” และแยกจากขยะประเภทอื่นๆ นำไปทิ้ง ณ จุดทิ้งและจุดรวบรวมเฉพาะที่จัดไว้
.
แน่นอนว่า กว่าสถานการณ์โควิด-19 ระบาดจะสิ้นสุดลง หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง ยังเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อใช้รับมือกับการระบาด ระหว่างที่ตัวเลขจำนวนที่จะถูกผลิตขึ้นใช้ทั่วโลก ยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการ แต่การคาดการณ์ถึงจำนวนขยะหน้ากากอนามัยทั้งหมด เพื่อหาแนวทางจัดการไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตากันต่อไป
แหล่งอ้างอิง
.
#ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
.
ที่มา
1.) https://www.xinhuathai.com/high/168873_20210114
2.) https://www.greenpeace.org/.../plastic-where-did-5500.../
3.) https://www.pcd.go.th/pcd_news/10927/