Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี

Provincial Office of Natural Resources and Environment Uthai Thani

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

บุหรี่ ขยะที่พูดถึงน้อย แต่ฤทธิ์ไม่น้อย

บุหรี่ ขยะที่พูดถึงน้อย แต่ฤทธิ์ไม่น้อย

ขยะ topic อันแสนจะยอดนิยมในช่วงนี้ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอยู่หลายครั้งหลายหนเมื่อมีการนึกถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขยะพลาสติก ขยะทะเลจำนวนมาก ขยะอาหาร หรือขยะติดเชื้อที่กลายมาเป็นหัวข้อร้อนแรงในช่วงที่โควิด-19มีการระบาด แต่มีขยะชนิดหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงมากนักแต่กลับมีการตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ นั่นก็คือขยะก้นบุหรี่ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแซนดีเอโกในสหรัฐอเมริกา พบขยะจากก้นบุหรี่มากกว่า 4.5 ล้านล้านชิ้นต่อปี อยู่ตามท้องถนน ท่อระบายน้ำ บริเวณชายทะเลและชายหาด
.
บุหรี่ ในสมัยหนึ่งเคยมีบทบาทในการรักษาโรคและใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประกอบพิธีทางศาสนาของชาวตะวันตกโบราณ ต่อมาจึงกลายเป็นกระแสเพื่อบ่งบอกถึงสถานะทางสังคม เมื่อโลกมีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ บุหรี่ไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่สูบเพื่อรักษาโรค พิธีกรรมทางศาสนา หรือแสดงสถานะทางสังคมอีกต่อไป แต่กลายเป็นการสูบเพื่อความบันเทิง ซึ่งเป็นการทำลายปอดของตนเองและผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นการสร้างขยะให้แก่โลกอีกด้วย
.
นอกจากควันที่มาจากมวนบุหรี่จะอันตรายต่อมนุษย์แล้ว ก้นบุหรี่ชิ้นเล็กๆ ก็ยังสามารถกลับมาทำร้ายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากส่วนประกอบของก้นบุหรี่นั้นอันตรายไม่ต่างจากควัน เพราะก้นบุหรี่ประกอบไปด้วยกระดาษ ใยสังเคราะห์ที่ใช้เป็นไส้กรอง และเศษยาสูบที่มีส่วนประกอบจากสารท็อกซิน (Toxin) นิโคติน (Nicotine ) สารหนู ยาฆ่าแมลง นิโคตินเหล็ก สารก่อมะเร็งอีกกว่า 60 ชนิดและเอทิลฟีนอล (Ethyl phenol) ที่สามารถทำให้น้ำเกลือและน้ำสะอาดมีพิษได้
.
สารพิษในก้นบุหรี่เมื่อละลายน้ำจะทำให้น้ำบริเวณดังกล่าวปนเปื้อนและสะสมพิษ มีผลโดยตรงต่อจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ และเมื่อมีการปนเปื้อนลงแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคทำให้ร่างกายของเราสะสมสารเหล่านี้เป็นระยะเวลานาน เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนมีเชื้อมะเร็งอยู่ในร่างกาย
.
เมื่อถูกทิ้งลงสู่ดินก็จะทำให้ดินเกิดการปนเปื้อนเหมือนกัน เพราะมีสารโพลีอะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน หรือ พีเอเอช (PAHs) เป็นสารที่เกิดจากการเผาไม่ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งสารนี้จะยึดเกาะอยู่ในดินและสะสม ในสิ่งมีชีวิต อีกทั้งก้นบุหรี่ยังทำมาจากเซลลูโลสอะซิเตท เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีระยะเวลาย่อยสลายนาน 10 – 15 ปี ซึ่งหมายความว่าดินบริเวณที่มีก้นบุหรี่ถูกทิ้งมีแนวโน้มว่าจะมีสารปนเปื้อนอยู่ในดินนานหลายปี
.
นอกจากนี้บุหรี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นตัวการที่ทำให้อากาศเป็นพิษอีกด้วย เนื่องจากควันบุหรี่ประกอบไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทนซึ่งจะส่งผลต่อสภาพอากาศ โดยมีการคาดการณ์ว่า เมื่อมีคนสูบบุหรี่ 13,000 ล้านคน จะสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2.6 ล้านตันต่อปี และสร้างก๊าซมีเทนอีก 5.2 ล้านตันต่อปี
.
ก้นบุหรี่หากทิ้งไว้ในสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีการจัดการเลยจะส่งผลเสียเป็นอย่างมากต่อธรรมชาติและสุขภาพของเรา อย่างไรก็ตามก้นบุหรี่นั้นสามารถนำไปรีไซเคิลได้ อย่างเช่น ในแคริฟอร์เนีย คุณ Taylor Lane ได้มีการนำเสนอไอเดียนำขยะก้นบุหรี่มาทำเป็นกระดานโต้คลื่น โดยกระดานโต้คลื่น 1 อันจะประกอบไปด้วยก้นบุหรี่ถึง 10,000 ชิ้น และวัสดุที่เหลือจะเป็นวัสดุเหลือใช้ทั้งหมด หรือบริษัทโปยาโต ที่อยู่เมืองโวโตรันติม รัฐเซาเปาโล ได้มีการนำก้นบุหรี่ไปรีไซเคิลเพื่อกลายเป็นกระดาษ โดยมีการกล่าวว่า ก้นบุหรี่เพียง 35-50 ชิ้น สามารถทำเป็นกระดาษ เอ4 ได้ 1 แผ่น
.
ในประเทศไทยเองก็มีงานวิจัยของนิสิตวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นำขยะก้นบุหรี่ไปรีไซเคิลเป็นคอนกรีตทนไฟ เพราะคุณสมบัติของเซลลูโลสอะซิเตทจะช่วยสร้างความเหนียวและไม่ติดไฟ สามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของคอนกรีตทนไฟ ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งยังสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้สำหรับการลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืน
.
#ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
.
ที่มา
https://www.chula.ac.th/news/9212/
https://www.komchadluek.net/news/foreign/265403
https://www.mcot.net/view/gJ2ulv7
https://www.facebook.com/environman.th/