Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี

Provincial Office of Natural Resources and Environment Uthai Thani

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ฌาปนกิจแบบลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ฌาปนกิจแบบลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

พิธีฌาปนกิจเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญของคนไทยเรา เป็นการส่งดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่อีกภพภูมิ ซึ่งสถานที่ประกอบพิธีกรรมนี้คือวัด โดยวัดส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะมีเตาเผาศพอย่างน้อย 1 เตา ในงานพิธีฌาปนกิจศพที่หลายคนเคยไปเข้าร่วมเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆ ก็จะเป็นขั้นตอนการเผาศพ สิ่งที่หลายๆ คนสังเกตุเห็นก็คือควันที่พุ่งออกมาจากปล่องเมรุ ฯ ซึ่งบางงานศพก็ไม่มีควันแต่บางงานศพก็เป็นควันสีดำๆ แล้วทั้งสองแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร ?
.
ควันสีดำส่วนมากเกิดจากงานศพที่จัดขึ้นที่วัดในเขตชนบท หรือเคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว เพราะวัดเหล่านั้นยังใช้เตาเผาศพแบบ 1.0 หรือ 2.0 อยู่ โดยทั้งสองแบบมีระบบ 1 ห้องเผา แต่แบบ 2.0 มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่ดีกว่าและใช้น้ำมันหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งควันสีดำนั้นคือมลพิษที่ถูกปล่อยจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบรูณ์ของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในโลงศพไม่ว่าจะเป็นร่างกาย เสื้อผ้า พวงหรีด หรือเครื่องใช้ต่างๆ ของผู้ตายที่ใส่ลงไปในโลงศพ ควันดำนี้ประกอบด้วย ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นต้น และเกิดกลิ่นเหม็นที่มาจากการสลายตัวของอินทรีย์สารในร่างกายเป็นก๊าซต่างๆ เช่น แอมโมเนีย (NH3) ไฮโดเจนซัลไฟด์ (H2S) เมอร์แคปแทน (-SH) และฟอร์มาลดีไฮด์
.
ส่วนงานศพที่ไม่มีควันหรืออาจมีควันขาวเล็กน้อยเห็นได้จากงานศพในวัดที่อยู่ในเขตเมืองในปัจจุบัน ซึ่งวัดเหล่านี้มีเตาเผาที่มีคุณภาพดีกว่าแบบที่ปล่อยควันดำ โดยเตาเผาแบบนี้จะเรียกว่า เตาเผาแบบ 3.0 , 4.0 โดยแบบ 3.0 มีระบบ 2 ห้องเผา แต่แบบ 4.0 มีอย่างน้อย 2 ห้องเผา โดยใน 30 นาทีแรกของการเผาไหม้โลงและศพจะถูกเผาทำให้เกิดการระเหยน้ำออกจากร่างกายมีผลให้อุณหภูมิลดลง หากเป็นเตาเผาแบบเดิม (เตาแบบ 1.0) จะควบคุณอุณหภูมิได้ยากทำให้ใช้เวลานานและเชื้อเพลิงมากกว่าเตาเผาทั้ง 3 แบบ จากนั้นควันที่เกิดจากการเผาในห้องแรกจะลอยขึ้นสู่ห้องเผาศพที่สอง ซึ่งจะทำการเผาควัน ฝุ่นละออง และก๊าซต่างๆ ซึ่งหากเป็นแบบ 4.0 ที่มีมากกว่า 2 ห้องเผา การเผาในห้องสุดท้ายนี้จะเป็นการเผาไหม้ที่สมบรูณ์ จึงไม่ทำให้เกิดควันหรือเกิดเป็นควันขาวเล็กน้อย (แบบที่มี 2 ห้องเผา) ในช่วงแรกของการเผาศพออกมาจากปล่องเมรุ ฯ ควันนั้นเป็นมลพิษน้อยกว่าควันดำมาก
.
ในปัจจุบันมีเตาเผาศพแบบใช้ไฟฟ้า 100 % คือใช้ระบบควบคุมด้วยไฟฟ้าแบบดิจิตอลทั้งประตูเตาเผาศพ การควบคุมอุณหภูมิและการบันทึกข้อมูลต่างๆ รวมถึงการให้ความร้อนในเตาเผาศพ ซึ่งเตาเผาแบบนี้จัดอยู่ในแบบ 4.0 เช่นกัน โดยใช้กระแสไฟฟ้าให้ความร้อนกับขดลวดที่เป็น Heater ประมาณ 6 – 8 ตัวรอบๆ เตาเผา และใช้ blower ทำให้ความร้อนหมุนเวียนในห้องเผาศพอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นควัน ไอ ต่างๆ ก็จะเข้าสู่ห้องเผาต่อไปเหมือนเตาเผาศพแบบอื่นๆ การเผาศพด้วยเตาเผาแบบไฟฟ้า 100 % ในการเผา 1 ศพ จะใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมากเท่ากับบ้านขนาดกลางเปิดเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่องใน 1 เดือนเลยทีเดียว ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเผาแบบอื่นๆ แต่มีข้อดีคือใช้เวลาในการเผาศพแค่ประมาณ 50 นาที (น้อยกว่าเตาเผาปกติประมาณ 3 เท่า) และไม่หลงเหลือควันหรืออาจมีควันขาวเล็กน้อยในตอนแรกของการเผาและไม่มีกลิ่นรบกวนใดๆ อย่างไรก็ตามเตาเผาแบบนี้ยังไม่เป็นที่นิยมและมีน้อยมากในประเทศไทย ซึ่งไทยเราจะนิยมเตาเผาศพแบบใช้น้ำมันหรือก๊าซ และใช้ระบบควบคุมและบันทึกข้อมูลแบบดิจิตอลมากกว่า
.
การจัดพิธีฌาปนกิจศพทางเจ้าภาพหรือญาติของผู้เสียชีวิตอาจไม่สามารถเลือกสถานที่ประกอบพิธีกรรมหรือเลือกเตาเผาศพแบบต่างๆ ได้เนื่องจากหลายๆ ปัจจัย หากต้องจัดพิธีฌาปนกิจศพในวัดที่มีเตาเผาแบบเดิม คือแบบ 1 ห้องเผาทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ทางเจ้าภาพ ญาติผู้เสียชีวิต หรือแม้แต่ผู้เข้าร่วมงานก็สามารถช่วยลดมลพิษได้ง่ายๆ ด้วยการไม่ใช้พวงหรีดที่มีส่วนประกอบของพลาสติก หรือเลือกใช้พวงหรีดที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีก เช่น พวงหรีดพัดลม กระติกน้ำ หม้อหุงข้าว นาฬิกา เป็นต้น โดยการนำดอกไม้สดที่ตกแต่งพวงหรีดเผาพร้อมกับผู้ตายเป็นการไว้อาลัย แต่ควรระวังไม่ให้มีพลาสติกหรือวัสดุอื่นๆ ปะปนไปด้วยแล้วนำของใช้ต่างๆ ไปบริจาคให้วัดหรือจะเก็บไว้ใช้เองก็ย่อมได้ ส่วนสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ตายหากไม่ต้องการเก็บไว้ก็สามารถบริจาคให้ผู้ยากไร้หรือให้ทางวัดแทนที่จะเผาไปพร้อมกับผู้ตาย เพื่อเป็นการทำบุญของผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย เพียงเท่านี้ดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ก็ได้ไปสู่ภพภูมิหน้าและเป็นการลดมลพิษทางอากาศที่เหลือใว้ให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่อีกด้วย
.
#ชีวิตวิถีใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
.
ที่มา : กรมควบคุมมลพิษ
ที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/412444
ที่มา : https://www.posttoday.com/social/general/575731