ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

ปลัดกระทรวงฯ ตรวจเยี่ยมความพร้อม “Thailand Pavilion” ในการประชุม COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร

ปลัดกระทรวงฯ ตรวจเยี่ยมความพร้อม “Thailand Pavilion” ในการประชุม COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร

ปลัดกระทรวงฯ ตรวจเยี่ยมความพร้อม “Thailand Pavilion” ในการประชุม COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ตรวจเยี่ยมความพร้อมของ Thailand Pavilion ที่จัดแสดงขึ้นในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties) ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลของประเทศไทยต่อการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) รวมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ

การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 มีกำหนดการประชุมระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร โดยในการประชุมครั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เพื่อกล่าวสุนทรพจน์แสดงเจตจำนงของประเทศไทยในการร่วมกับประชาคมโลกที่จะควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนำเสนอเป้าหมายการดำเนินงานโดยเฉพาะยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดในปี ค.ศ. 2030 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero GHG emission) ภายในครึ่งหลังของศตวรรษนี้ รวมถึงมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ.2065