ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

survey

รมว.ทส.​ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่​ จ.ตรัง

รมว.ทส.​ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่​ จ.ตรัง

รมว.ทส.​ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่​ จ.ตรัง

                    เมื่อวันที่​ 18​ ก.ค.62​ จากสถานการณ์ที่ผ่านมาได้มีการพบพะยูนเกยตื้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งทะเล จ.กระบี่​และจ.ตรัง นับเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าเสียดายเป็นอย่างมาก สำหรับสัตว์ป่าสงวนหายากที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คาดว่าอาจจะเหลือประชากรพะยูนในทะเลไทยเพียง 200 กว่าตัว​เท่านั้น​ หลังจากได้รับทราบข่าวการเกยตื้นของพะยูนและสัตว์ทะเลหายาก​เป็นจำนวนมาก​ นายวราวุธ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ (รมว.ทส.)​ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง​ โดยมีนายจตุพร​ บุรุษพัฒน์​ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ พร้อมด้วย อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ (อส.) อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายโสภณ ทองดี) และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ (ทช.)​ ตลอดจนกรมการปกครอง​ ผู้นำชุมชนเกาะลิบง​ กลุ่มอาสาสมัครผู้พิทักษ์ดูหยง​ และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล​ ร่วมให้การต้อนรับกันอย่างอบอุ่น​ บริเวณ​ อ่าวดูหยง บ้านบาตูปูเต๊ะ​ เกาะลิบง​ อ.กันตัง​ จ.ตรัง​
                   นายวราวุธ​ รัฐมนตรี​ ทส.​ กล่าวว่า​ หลังจากได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ​ ให้ดำรงตำแหน่ง​ จึงเดินทางไปยัง​ จ.ตรังเป็นที่แรก​​ เพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการอนุบาลลูกพะยูนน้อย​แบบธรรมชาติ​​ และร่วมหารือเกี่ยวกับมาตรการในการดูแลสัตว์ทะเลหายาก ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรม ทช.​ จากการรายงานสถานการณ์ของพะยูนเบื้องต้นทราบว่าปัจจุบันประเทศไทยพบพะยูนจำนวน​ 200​ ​- 250​ ตัว​ โดยพะยูนเป็นสัตว์สงวนตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า​ พ.ศ.2535 อีกทั้งยังพบการเกยตื้นของพะยูนส่วนใหญ่มักเกิดจากภัยคุกคามทางด้านการประมง​ 89% ป่วยตาย​ 10% และอื่นๆ​ 1% โดยในช่วงที่ผ่านมา​ ได้มีการพบลูกพะยูนขึ้นมาเกยตื้นในพื้นที่​ จ.กระบี่​ โดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ​ ได้ทำการขนย้ายมาอนุบาลในพื้นที่อ่าวดูหยง​ เกาะลิบง​ เพราะว่าในพื้นที่แห่งนี้มีทรัพยากรของหญ้าทะเลหลากหลายสายพันธุ์ที่อุดมสมบูรณ์​ รวมถึงมีพะยูนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย​ พร้อมกับมีการตั้งชื่อว่า​ "เจ้ามาเรียม" ซึ่งแปลว่าหญิงสาวผู้มีความสง่างามแห่งท้องทะเล โดยในขณะนี้​ทีมสัตวแพทย์จากกรม​ ทช.​ และอาสาสมัครผู้พิทักษ์ดูหยงได้ทำการดูแล​เจ้ามาเรียมแบบธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด​ (CCTV) ทั้ง​ 6​ จุด​ เพื่อถ่ายทอดสดสัญญาณผ่านทางเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ของกรม ทช.​ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมองในแง่ดีจะช่วยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ให้กับเจ้ามาเรียม และอีกมุมหนึ่งทุกคนทั่วโลกจะได้เห็นกิจวัตรประจำวันของทีมงานสัตวแพทย์ โดยเริ่มตั้งแต่การป้อนนม การสอนกินหญ้า​การพายเรือแม่ส้มออกไปสอนว่ายน้ำ​เพื่อเป็นการเรียนรู้ชีวิตสัตว์ทะเลหายากที่ไม่เคยมีใครเห็นอย่างใกล้ชิดมาก่อน​ หากเจ้ามาเรียมแข็งแรงและสามารถปรับสภาพได้ดีแล้ว​ ก็จะปล่อยเจ้ามาเรียมกลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติ​​ และในอนาคตข้างหน้านี้​ กรม​ ทช.​จะทำการฝังชิพและติดแท็กเพื่อระบุตัวตนของเจ้ามาเรียมอีกด้วย
                  นายวราวุธ​ รัฐมนตรี​ ทส.​ กล่าวต่อว่า​ จากนั้น​ ได้รับฟังการสรุปแนวทางในการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก​ จากผู้เชี่ยวชาญ​ นักวิชาการ​ ทีมสัตวแพทย์​ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ดูแลเจ้ามาเรียม​ พร้อมกับร่วมพบปะพูดคุยกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล จ.ตรัง​ จำนวน​ 200​ คน​ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน​ อีกทั้งให้โอวาทและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แก่เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล พร้อมทั้งฝากให้ทุกคนเป็นหูเป็นตาในการปกป้อง​ ดูแลและช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก​เหล่านี้ หากพบการเกยตื้นให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบ​ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ทำการรักษาและดูแลได้ทันท่วงที
                  หลังจากนี้​ กระทรวง​ ทส.​ จะเดินหน้าขับเคลื่อนและให้ความสำคัญเกี่ยวกับงานด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ โดยเฉพาะสัตว์ทะเลหายากที่พบการเกยตื้นอยู่บ่อยครั้ง​ ไม่ใช่เพียงแค่พะยูนเท่านั้น​ แต่ยังมีสัตว์ทะเลหายากอีกหลายชนิด เช่น ฉลามวาฬ โลมา และเต่าทะเล เป็นต้น ที่ต้องช่วยกันปกป้องและดูแลตามมาตรการที่หารือกันไว้​ โดยขอความร่วมมือประชาชน​ และผู้ประกอบการประมงในพื่นที่​ช่วยกันสอดส่องดูและ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญ ตลอดจนมีความรักและหวงแหนต่อสัตว์ทะเลหายาก อีกทั้ง จะมีมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่อสัตว์ทะเลหายาก ตลอดจนจัดทำพื้นที่คุ้มครองเพื่อให้เป็นแหล่งหากินของพะยูนในพื้นที่ทะเลตรัง รวมถึงขอความร่วมมือไปยังผู้ที่อาศัยอยู่ชายฝั่ง​ ในการป้องกันและดูแล​สัตว์ทะเลหายากเหล่านี้​ ไม่ให้ได้รับผลกระทบทั้งจากขยะพลาสติก​ การทำประมงที่ผิดกฎหมาย​ และการล่าเอาเขี้ยวของพะยูนมาทำเป็นเครื่องลางของขลังซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ๆ​ เพื่อให้พะยูนและสัตว์ทะเลหายากอยู่คู่กับทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลต่อไป​ นายวราวุธ​ รัฐมนตรี​ ทส.​ กล่าวให้ความมั่นใจ"

ภาพ,ข่าว : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง,เผยแพร่ : จันทร์เพ็ญ

แกลเลอรี่