ทส. เร่งปรับโครงสร้างกลุ่มภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม รองรับบริบทงานใหม่ พร้อมแก้ไขปัญหาเชิงรุกให้ประชาชน วันนี้ (28 มิถุนายน 2564) เวลา 10.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.อัษฎาพร ไกรพานนท์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแบ่งส่วนราชการในสังกัดกลุ่มภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ำ และสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล Video Conference โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงการปรับปรุงโครงสร้างของส่วนราชการในสังกัดกลุ่มภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และรองรับภารกิจภายใต้บริบทของกฎหมายและข้อตกลงใหม่ที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคต รวมถึงเพื่อตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมให้ทันกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้มากยิ่งขึ้น ทั้งการปรับโอนสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคทั้ง 16 ภาค ให้อยู่ภายใต้สังกัดของกรมควบคุมมลพิษ การปรับโอนภารกิจงานด้านการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำและการดำเนินงานตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำไว้ภายใต้การดูแลของกรมทรัพยากรน้ำ การรวมภารกิจด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองและการเป็นหน่วยประสานงานกลางด้านการจัดการเมืองสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนไว้ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงการยกระดับศูนย์สารสนเทศด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้สังกัดกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้เป็น Information Center เพื่อสนับสนุนงานด้านการวิเคราะห์ฐานข้อมูลสารสนเทศด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึง Timeline การดำเนินงานปรับปรุงทบทวนบทบาทภารกิจและโครงสร้างของส่วนราชการดังกล่าว โดยคณะทำงานฯ จะดำเนินการปรับปรุงรายละเอียดตามข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากที่ประชุม เพื่อนำเข้าคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา) เป็นประธานธรรมการ ก่อนที่จะเสนอสำนักงาน ก.พ.ร. ต่อไป