ทส. เดินหน้าจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พร้อมสร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน ภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้เสีย เข้ามามีส่วนร่วม
วันนี้ (3 ธันวาคม 2564) เวลา 10.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) และนายพงศ์บุณย์ ปองทอง อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) ครั้งที่ 2/2564 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมฯ
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบการปรับกรอบระยะเวลาแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 - 2564 เป็นแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2561 - 2565 และปรับกรอบระยะเวลาของแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565 - 2569) เป็นแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) และเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง และความก้าวหน้าการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 ที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มที่มีข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับกิจกรรมเหมืองแร่ กลุ่มที่สนับสนุนการพัฒนาเหมืองแร่ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและสถาบันทางวิชาการ ในการประชุมปรึกษาหารือทางเทคนิค (Technical Meeting) โดยมีประเด็นรับฟังความคิดเห็นต่อ 1) ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการแร่ 2) ข้อเสนอทิศทาง จุดมุ่งเน้น และความคาดหวังของแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ และ 3) แนวทางการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเผยแพร่ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565 - 2569) และข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะ ก่อนจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ (Focus Group) และการประชุมเวทีสาธารณะ (Public Hearing) ตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาของการมีส่วนร่วมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ เพื่อให้ภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแร่ของประเทศให้เป็นไปอย่างยั่งยืนต่อไป
















