ทส.เสริมความเข้มแข็งผู้นำเครือข่ายป่าชุมชน มุ่งสู่คุณภาพชีวิตที่ดีตามแนววิถีใหม่ ภายใต้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
วันนี้ (15 ธันวาคม 2564) เวลา 09.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาออนไลน์ เรื่อง "การพัฒนาศักยภาพผู้นำเครือข่ายป่าชุมชน" พร้อมทั้งปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "ปี 2565 เป็นปีแห่งการปรับตัวและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" ร่วมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) โดยมี นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนา ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนกว่า 1,000 คน ได้แก่ ประธานเครือข่ายป่าชุมชน ตัวแทนสมาชิกเครือข่ายป่าชุมชนจาก 68 จังหวัดจากทั่วประเทศ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในปฏิบัติงานด้านป่าชุมชน เข้าร่วมสัมมนาผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานของเครือข่ายป่าชุมชนให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย นำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. กล่าวในการปาฐกถาพิเศษว่า ปี 2565 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการภายใต้นโยบาย “ทส.ยกกำลังเอ็กซ์” มองไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด มุ่งสู่วิสัยทัศน์ “ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามแนววิถีใหม่ ภายใต้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” ด้วยการเดินหน้าใน 2 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การสร้างเศรษฐกิจครัวเรือน สังคมมีสุข ชุมชนเข้มแข็ง และ การมุ่งสู่เศรษฐกิจแบบใหม่ (BCG Model) และสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ประกอบด้วย การส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อฟื้นสภาพเศรษฐกิจและสามารถแข่งกับนานาประเทศ ตลอดจน การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ภายในปี ค.ศ.2065 ตาม(ร่าง)ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand LT-LEDS)
รมว.ทส. ได้ขอบคุณและชื่นชมความเข้มแข็งในการทำงานของเครือข่ายป่าชุมชน ซึ่งถือเป็นพลังภาคประชาชนที่สำคัญที่จะทำงานเคียงคู่กับภาครัฐ โดยปัจจุบัน มีสมาชิก 168,576 คน จาก 10,742 หมู่บ้าน ในท้องที่ 68 จังหวัด และได้รับการรับรองให้เป็นเครือข่ายป่าชุมชนตามกฎหมาย ตลอดจนขอให้ผู้นำเครือข่ายป่าชุมชนร่วมกันทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้จะเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างรายได้ในทุกๆ ปี ให้กับพี่น้องประชาชนทุกๆคนที่เป็นเจ้าของป่าชุมชนร่วมกัน
“การสัมมนาในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมของเครือข่ายป่าชุมชน และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน สู่การฟื้นฟูและปรับตัวในปี 2565 ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับตัวการทำงานรูปแบบใหม่ในหลายมิติไปพร้อมกับการสร้างรายได้ให้ชุมชน รวมไปถึงความสำคัญของพื้นที่ป่าชุมชนซึ่งเป็นแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศไทย เพื่อการแบ่งปันคาร์บอนเครดิต และเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำประเทศไทยไปสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต ซึ่งการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง ถือเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ฟื้นฟู จัดการบำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน เป็นมรดกทางธรรมชาติส่งต่อให้ลูกหลานสืบไป” นายวราวุธ กล่าว
















