รมว.วราวุธ มอบเข็ม“รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” เชิดชูเกียรติ
ผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือ ปชช.
วันนี้ (15 ธันวาคม 2564) เวลา 13.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศยิ่ง “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือช่วยเหลือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2564 จำนวน 63 คน โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) พร้อมคณะผู้บริหาร ทส. เข้าร่วมพิธีฯ ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รมว.ทส. ได้กล่าวแสดงความยินดีและกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ตลอดจนขอบคุณกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานทุกภาคส่วน รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ต่างร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ผนึกกำลังและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้น โดยขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเกิดความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง และทำคุณประโยชน์ต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนประเทศชาติโดยส่วนรวมสืบไป
ทั้งนี้ เครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศยิ่ง “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” เป็นเครื่องหมายที่มอบให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือต่อประเทศชาติโดยรวม อันสมควรได้รับการยกย่องเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งผู้ที่ได้รับเข็มรักษ์ทะเลยิ่งชีพเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศยิ่ง “รักษ์ทะเลยิ่งชีพ” พ.ศ. 2560 ประกาศไว้ ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2560 โดยในครั้งนี้ได้มอบให้กับผู้บริหาร ทส. ที่มีคุณูปการในการปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรืองานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนเกิดประโยชน์อย่างยิ่งแก่ทางราชการและประชาชน รวมถึงมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ปฏิบัติการ สนับสนุนและประสานส่วนราชการ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย จากพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางที่ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” (DIANMU) ส่งผลให้ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งในหลายพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม - 26 พฤศจิกายน 2564 รวม 36 วัน ส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวคลี่คลายไปได้อย่างรวดเร็ว
















