กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)จัดการสัมมนา “การขับเคลื่อนนโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579 สู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ในวันจันทร์ ที่ 22 มกราคม 2561 ณ ห้องเมย์แฟร์ บอลรูม ซี ชั้น ๑๑ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ การสัมมนาฯ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของนโยบายและแผนฯ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙คือ ประเทศไทยมีฐานทรัพยากรธรรมชาติที่สมดุลและยั่งยืน และเป็นสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยได้รับเกียรติจาก พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้เป็นการนำเสนอนโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ และการเสวนาในมุมมองบทบาทของภาคส่วนต่างๆ ในการร่วมสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ และเอกชน พร้อมทั้งเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็นโดยมีผู้เข้าร่วมการสัมมนาประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนภาคประชาสังคมและสถาบันการศึกษาต่างๆ
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๓ (๑) กำหนดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีอำนาจและหน้าที่เสนอนโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี สำหรับเป็นกรอบชี้ทิศทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในภาพรวมของประเทศในระยะ ๒๐ ปีข้างหน้า (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๖๗๙) และถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยผ่านแผนในระดับต่างๆ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้จัดทำนโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ เป็นฉบับที่ ๒ ซึ่งผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ กระบวนการมองภาพอนาคต (foresight) การประชุมกลุ่มย่อย การสำรวจความคิดเห็นด้วยวิธีเดลฟาย การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การลงพื้นที่ศึกษาเชิงลึก และการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นในระดับภูมิภาคและประเทศ รวมทั้งได้คำนึงถึงสถานการณ์ภายในประเทศ อาทิ วาระการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และสถานการณ์ภายนอกประเทศ ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals (SDGs)) ความตกลงปารีส (ParisAgreement) และประเด็นที่เป็นพลวัตการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของบริบทโลกและประเทศ โดยมีกลไกกำกับดูแล ประกอบด้วย คณะกรรมการกำกับด้านวิชาการ คณะอนุกรรมการนโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งเห็นชอบกับนโยบายและแผนฯ เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐ รวมทั้งได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยในการประชุม เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) นโยบายและแผนฯ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น นำไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของนโยบายและแผนฯ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ต่อไป
สำหรับนโยบายและแผนฯ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ได้นำ ๓แนวคิดมาเป็นกรอบในการกำหนดนโยบายและแผนฯ ได้แก่ ๑) การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการวางแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล มุ่งเน้นการวางรากฐานของสังคมให้พึ่งตนเองได้และเกิดความมั่นคง สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่สร้างความเจริญเติบโตให้กับประเทศอย่างมั่งคั่ง๒) การปรับกระบวนทัศน์ใหม่เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ๓) การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมบนฐานการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย มุ่งเน้นให้เกิดการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจบนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งมี ๔ นโยบายหลัก คือ นโยบายที่ ๑ จัดการฐานทรัพยากรธรรมชาติ อย่างมั่นคงเพื่อความสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน นโยบายที่ ๒ สร้างการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อความมั่งคั่งและยั่งยืน นโยบายที่ ๓ ยกระดับมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนโยบายที่ ๔ สร้างความเป็นหุ้นส่วนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งภายใต้ ๔ นโยบายหลักประกอบด้วย ๑๒ นโยบายย่อย ๓๘ ตัวชี้วัด และ ๑๑๖ แนวนโยบาย
















