“วราวุธ” ปาฐกถา “COP 26 Debrief : อนาคตโลก อนาคตไทย” พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนรองรับการเปลี่ยนแปลงโลก
วันนี้ (16 ธันวาคม 2564) เวลา 09.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “COP 26 Debrief : อนาคตโลก อนาคตไทย” ในงานการประชุมสัมมนาเผยแพร่สรุปผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP 26) ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน นักศึกษา และสื่อมวลชน กว่า 300 คน เข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ รวมถึงสาระสำคัญของผลการประชุมและแนวคิดต่อทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในอนาคต
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ได้สะท้อนถึงการตื่นตัวของประเทศไทยกับการให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมร่วมมือกับทุกประเทศและทุกภาคส่วน ตลอดจนเผยถึงทิศทางการพัฒนาและแนวโน้มการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ที่ประเทศไทยจะต้องเร่งหาแนวทาง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1) การกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่ต้องมีความท้าทายมากขึ้น ภายใต้ NDCs และยุทธศาสตร์ระยะยาวการพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) 2) การระบุถึงการลดการใช้ถ่านหินเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการประชุม COP และขอให้ยกเลิกเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไร้ประสิทธิภาพ 3) กระแสเรียกร้องให้เร่งกำหนดนโยบายและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกเป็นการเฉพาะในสาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านพลังงานและป่าไม้ ภายใต้ Declarations และ Statements ที่มีการรับรอง เช่น Glasgow Leaders’ Declaration on Forests and Land Use และ 4) การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง
โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานภายในประเทศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน กรทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น รวมทั้งเร่งพัฒนากลไกและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero GHG Emission ภายในหรือก่อนปี 2065 ตามที่นายกรัฐมนตรีแสดงเจตนารมณ์ไว้ในคราวประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ระหว่าง วันที่ 1- 2 พฤศจิกายน 2564 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ที่ผ่านมา
















