กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ทส. เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 หนุนใช้พลังงานสะอาด

ทส. เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 หนุนใช้พลังงานสะอาด

ทส. เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 หนุนใช้พลังงานสะอาด 


วันนี้ (17 ธันวาคม 2564) เวลา 9.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร  บุรุษพัฒน์  ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) นายพิรุณ  สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล  เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 5/2564 โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล


ที่ประชุมฯ ได้พิจารณานโยบายเพื่อรักษาและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ (1) รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2564 (2) แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และ (3) แผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ปี 2565 ภายใต้แนวคิด “1 สื่อสาร 5 ป้องกัน และ 3 เผชิญเหตุ” เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัด และเน้นย้ำการดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองโดยเฉพาะในช่วงเกิดสถานการณ์ เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดและปริมาณฝุ่นละอองไม่ให้สูงเกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน และให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองบรรจุในแผน ปภ.จังหวัด รวมถึงขยายผลการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยการเก็บขน (ชิงเก็บ ลดเผา) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ชุมชน พื้นที่ริมทาง 


ตลอดจนประยุกต์ใช้แอพพลิเคชันลงทะเบียนบริหารจัดการเชื้อเพลิง เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่าภายใต้ ศอญ. จิตอาสาพระราชทาน  สร้างเครือข่ายและอาสาสมัคร เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และพลังงานทางเลือก อาทิ การใช้รถจักรยาน และ การใช้รถไฟฟ้า แทนการเดินทางโดยรถยนต์ เพื่อลดปัญหา PM 2.5 รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด ทั้งจากยานพาหนะและภาคอุตสาหกรรมในเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรม  เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าธรรมชาติ และกำหนดตัวชี้วัดร่วมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อตกลงอาเชียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนและขยายหมู่บ้านคู่ขนานชายแดน ภายใต้กรอบคณะกรรมการชายแดน

 

นอกจากนี้ ได้พิจารณาการขอขยายระยะเวลาการกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ออกไปอีก 2 ปี การปรับปรุงประกาศกระทรวงฯ เกี่ยวกับการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการยื่นรายงานฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ และการกำหนดมาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ ให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น 


ตลอดจน  การพิจารณา รายงาน EIA จำนวน 6 โครงการ ได้แก่  (1) โครงการถนนต่อเชื่อมถนนนครอินทร์ - ศาลายา ของกรมทางหลวงชนบท (2) โครงการทางหลวงพิเศษส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน ของ กรมทางหลวง (3) โครงการทางเลี่ยงเมืองอำนาจเจริญ (ด้านทิศตะวันตก) ของกรมทางหลวง (4) โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 (สายเหนือและสายใต้) เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และ (5) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 
และ (6) โครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย ได้แก่ โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จังหวัดนครราชสีมา (สูงเนิน) ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งเจ้าของโครงการ ต้องดำเนินการตามมาตรการฯ ที่กำหนดในรายงานฯ อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งรับความเห็นของคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการ และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป

แกลเลอรี่