สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดตาก
วันนี้ (23 ธันวาคม 2564) เวลา 08.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดตาก ณ จุดชมวิวทิวทัศน์ พระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ร่วมรับเสด็จ และกราบบังคมทูลรายงานความก้าวหน้าการฟื้นฟูพื้นที่ป่าบริเวณภายในและภายนอกโครงการ ฯ พร้อมด้วย นายลลิต ถนอมสิงห์ เลขาธิการ กปร. นายจงคล้าย วรพงศธร รองปลัดกระทรวง ฯ นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงวางพวงมาลัยบูชาพระพุทธสิรินาคมุนินท์ ด้านหน้าพระธาตุผาแดง และทอดพระเนตรสภาพแวดล้อมบริเวณโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดตาก จากนั้นทรงปลูกต้นไม้วงศ์ชบา (MALVACEAE) จำนวน 9 ต้น ประกอบด้วย ต้นรวงผึ้ง ต้นทุเรียนนก ต้นหัวกา ต้นปออีเก้ง ต้นท้ายเภา ต้นปอขนุน ต้นชุมแพรก ต้นสะเต้า และต้นจันทร์หอม ทอดพระเนตรนิทรรศการความก้าวหน้าโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ตามพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดตาก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด อ.พบพระ อ.อุ้มผาง อ.แม่สอด อ.เมืองตาก และ อ.บ้านตาก และฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.แม่สอด จ.ตาก และพื้นที่บริเวณโดยรอบโครงการ ฯ โดย กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยภายในพื้นที่โครงการ ฯ ได้ถวายต้นไม้ทรงปลูก จำนวน 4 วงศ์ ประกอบด้วย วงศ์โมก วงศ์ตะแบก วงศ์ยาง และวงศ์แค และในปีนี้ ได้ถวายต้นไม้ทรงปลูกในวงศ์ชบา จำนวน 9 ต้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมฟื้นฟูพื้นที่ในรูปแบบต่าง ๆ ตามแผนแม่บทโครงการ ฯ ของสำนักงาน กปร. ซึ่งในปีนี้ได้มีการจัดทำแผนแม่บทโครงการ ฯ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 - 2569) และตามกรอบการออกแบบการจัดสร้างสวนพฤกษศาสตร์ ของคณะที่ปรึกษาอนุกรรมการจัดสร้างสวนพฤกษศาสตร์ ได้แก่ การฟื้นฟูป่าเชิงระบบนิเวศ หรือปลูกป่ามิยาวากิ พื้นที่รวม 10 ไร่ และการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าเหมืองแร่สังกะสี ด้วยไม้วงศ์ยาง วงศ์จําปี วงศ์หญ้า วงศ์มะพลับ วงศ์กระดังงา และวงศ์แค รวม 24 ไร่ 2 งาน ปลูกไม้ป่าที่ให้ดอกสีขาว ดอกสีส้ม ดอกสีแดง ดอกสีม่วง และดอกสีเหลือง รวม 142 ไร่ รวมทั้งปลูกไม้โตเร็วเพื่อฟื้นฟูป่า จํานวน 35 ไร่ โดยในระยะต่อไป มีแผนการปลูกป่าโดยใช้ไม้ที่รวบรวมจากผืนป่าตะวันตกโดยจะปลูกในลักษณะ โครงสร้างป่าที่มีการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญและจําลองมาปลูกไว้ในพื้นที่ การปลูกต้นไม้เกียรติประวัติไทย อาทิ พรรณไม้ในพระนามาภิไธย ต้นไม้ในพุทธประวัติ และพรรณไม้ใหม่ชนิดเดียวในโลกที่พบโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวไทย และการปลูกจิตสํานึกโดยการสร้างเครือข่ายครูป่าไม้ เครือข่ายป่าชุมชน และเครือข่ายดับไฟป่า
ในส่วนพื้นที่ภายนอกโครงการ ฯ ได้ร่วมดําเนินการฟื้นฟูสภาพป่า ประกอบด้วย การปลูกฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่บริเวณทุ่งโจ้โว้ เนื้อที่ 6,571 ไร่ ปลูกป่าภายใต้โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ฯ เนื้อที่ 1,325.36 ไร่ ส่งเสริมการจัดตั้งป่าชุมชนตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 จํานวน 7 แห่ง รวมเนื้อที่ จํานวน 1,982.70 ไร่ ปลูกสวนป่าเศรษฐกิจโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เนื้อที่ 3,106 ไร่ ปลูกและดูแลป่าโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื้อที่ 8,762 ไร่ ปลูกป่าประชาอาสา บริเวณทุ่งผาแดงน้อย จํานวน 80 ไร่ นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาพื้นที่ดูแลประชาชนตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ การพิจารณาอนุญาตให้สํานักงาน กปร. เข้าทําประโยชน์ภายในพื้นที่โครงการ ฯ จํานวน 984 ไร่ 36 ตารางวา การดําเนินโครงการ คทช. รวม 28,306.21 ไร่ โดยได้อนุญาตให้จังหวัดตากดําเนินโครงการ คทช. ในปี 2564 เนื้อที่ 5,297 ไร่ การเตรียมการประกาศพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ําตกพาเจริญ รวมพื้นที่ 534,375 ไร่ รวมทั้งการสนับสนุนภารกิจการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า พื้นที่บริเวณโดยรอบโครงการ ฯ และการสร้างการมีส่วนร่วมให้ประชาชนเฝ้าระวัง การตัดไม้ทําลายป่า















