กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

“วราวุธ” ชื่นชมป่าชุมชน มุ่งลดโลกร้อน มอบรางวัล โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปี 2564

“วราวุธ” ชื่นชมป่าชุมชน มุ่งลดโลกร้อน มอบรางวัล โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน  ปี 2564

“วราวุธ” ชื่นชมป่าชุมชน มุ่งลดโลกร้อน มอบรางวัล โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน  ปี 2564  


วันนี้  (29 ธันวาคม 2564) เวลา 09.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลป่าชุมชนตัวอย่าง ภายใต้ โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี  2564  ซึ่งจัดขึ้นโดย กรมป่าไม้ และ บริษัท  ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดย ป่าชุมชนบ้านวังโหรา จ.สุพรรณบุรี คว้ารางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะที่ป่าชุมชนบ้านโนนทองอินทร์ (ป่าดงกกผึ้ง) จ.อุดรธานี ได้รับรางวัลชนะเลิศ ดีเด่นด้าน “ป่าชุมชนลดสภาวะโลกร้อน และให้ประโยชน์อย่างยั่งยืน”  ทั้งนี้  มีนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  นายจตุพร  บุรุษพัฒน์  ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อธิบดีกรมป่าไม้  ผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวง และพี่น้องเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ ร่วมเป็นเกียรติและเป็นสักขีพยาน ณ  ห้องประชุม 1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์  


ในโอกาสนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ได้แสดงความยินดีและขอบคุณ ตลอดจนให้กำลังใจเครือข่ายป่าชุมชน บริษัท ราช  กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และผู้เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันดำเนินงานสานต่อโครงการคนรักษ์ป่า  ป่ารักชุมชน ที่เป็นการแสดงให้ทั่วโลกได้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปลูกป่าและรักษาป่า โดยเน้นย้ำว่า จากนี้ไปป่าชุมชนจะมีความสำคัญยิ่ง ที่ไม่เพียงเปลี่ยนชะตาชีวิตของประเทศไทยแต่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของโลกใบนี้อีกด้วย เพราะป่า นอกจาก จะเป็นแหล่งสร้างของป่า และอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยฟอกอากาศ ดูดซับฝุ่นละออง ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตน้ำ และช่วยยึดเกาะดินไม่ให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม ทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นกระเป๋าสตางค์ใบใหญ่ ที่จะเป็นแหล่งคาร์บอนเครดิต สามารถสร้างรายได้ หรือเป็น Green Gold ให้กับเราในอนาคต ปัจจุบัน เรามีป่าชุมชนที่ได้รับการรับรองให้เป็นเครือข่ายป่าชุมชน ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 จำนวนทั้งสิ้น 12,017 ป่าชุมชน มีชุมชนโดยรอบเข้ามามีส่วนร่วมกว่า 13,718 หมู่บ้าน รวมเนื้อที่กว่า 6.29 ล้านไร่ ในพื้นที่ 68 จังหวัด ที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการดูแลรักษาและขยายผลต่อยอดออกไปให้เกิดป่าชุมชนเช่นนี้เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ทั้งนี้ ป่าชุมชนตัวอย่างที่ได้รับรางวัลโครงการคนรักษ์ป่า  ป่ารักชุมชน ประจำปี  2564  มีจำนวนทั้งสิ้น  146 ชุมชน แบ่งเป็น รางวัลป่าชุมชนระดับประเทศ จำนวน 142 รางวัล  และ  รางวัลดีเด่นเฉพาะด้าน “ป่าชุมชนลดสภาวะโลกร้อน และให้ประโยชน์อย่างยั่งยืน” จำนวน  4 รางวัล  ดังนี้

ประเภทรางวัลป่าชุมชนระดับประเทศ ประกอบด้วย  
1. รางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 200,000 บาท ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านวังโหรา หมู่ที่ 3 ต.องค์พระ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี 
2. รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ จำนวน 3 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศและเงินรางวัลแห่งละ 100,000 บาท ได้แก่  ป่าชุมชนบ้านห้วยหาดหมู่ที่ 7 ต.อวน อ.ปัว จ.น่าน ป่าชุมชนบ้านนางัวหมู่ที่ 1 ต.นางัว อ.นาหว้า จ.นครพนม และป่าชุมชนอ่าวอ้ายยอหมู่ที่ 4 ต.น้ำตก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  
3. รางวัลป่าชุมชนระดับภาค จำนวน 4 รางวัล ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลแห่งละ 30,000 บาท  ภาคเหนือ ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านโคกเต็ง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ภาคกลางและตะวันออก ได้แก่ ป่าชุมชนชนบ้านเขาโล้น  อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร และ ภาคใต้ ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านวังไทร (ถ้ำพระหอ) อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช  
4. รางวัลป่าชุมชนระดับจังหวัด จำนวน 68 รางวัล ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลแห่งละ 25,000 บาท ไดแก่  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 แห่ง ภาคกลางและตะวันออก 20 แห่ง ภาคเหนือ 14 แห่งและภาคใต้ 14 แห่ง
5. รางวัลชมเชย จำนวน 66 รางวัล ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลแห่งละ 10,000 บาท ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 แห่ง  ภาคกลางและตะวันออก 19 แห่ง  ภาคใต้ 14 แห่ง  และภาคเหนือ 13 แห่ง 

ขณะที่ รางวัลดีเด่นเฉพาะด้าน “ป่าชุมชนลดสภาวะโลกร้อน และให้ประโยชน์อย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย
1.    รางวัลชนะเลิศ ได้แก่   ป่าชุมชนบ้านโนนทองอินทร์ (ป่าดงกกผึ้ง) หมู่ที่ 1, 2, 4 และ 6 ต.โนนทองอินทร์ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี ได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท 
2.    รางวัลรองชนะเลิศ จำนวน 3 รางวัล จะได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลแห่งละ 25,000 บาท ได้แก่  ป่าชุมชนบ้านแม่เชียงรายลุ่ม หมู่ที่ 3 ต.แม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง  ป่าชุมชนบ้านชัฎน้ำเงิน หมู่ที่ 8 ต.หนองกราง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี และป่าชุมชนบ้านปากทรง หมู่ที่ 4 ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร

แกลเลอรี่