กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Ministry of Natural Resources and Environment

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
survey

ทส. ร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เพื่อความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

ทส. ร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เพื่อความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

ทส. ร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เพื่อความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2565) เวลา 10.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมงานสัมมนานโยบายการบริหารจัดการที่ดินของประเทศไทย และเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ภารกิจของ สคทช. และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระดับกระทรวงในการดำเนินงานการบริหารจัดการ One Map ซึ่งในส่วนของกระทรวงฯ มี อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ห้องประชุมแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ขอให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของ คทช. อีกทั้งขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับทุกภาคส่วนได้ร่วมกันมุ่งมั่น ขับเคลื่อน และเดินหน้าการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศในระยะต่อไปอย่างมีเอกภาพและยั่งยืน เพื่อความสุข และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนคนไทยทุกคนต่อไป โดย “ที่ดิน” และ “ทรัพยากรดิน” ถือเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญของประเทศ เป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินชีวิต อย่างไรก็ตาม ที่ดินเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ในขณะที่ความต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องมีเอกภาพในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 

รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงจัดให้มี คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ “คทช.” เข้ามาขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และเร่งรัดให้มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ผ่านการดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของพี่น้องเกษตรกร รวมถึงป้องกันการเปลี่ยนมือไปอยู่ในความครอบครองของนายทุนผู้ที่มิใช่เกษตรกร โดยการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนได้ประสบความสำเร็จและก้าวหน้ามาเป็นลำดับ 

โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายไปแล้ว 1,442 พื้นที่ เนื้อที่ประมาณ 5.5 ล้านไร่ ครอบคลุม 70 จังหวัดทั่วประเทศ และสามารถจัดให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้วจำนวนกว่า 70,000 คน รวมทั้งการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ และเพื่อให้การดำเนินงานของทุกภาคส่วน มุ่งสู่เอกภาพการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการอนุญาตพื้นที่ คทช. ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อดำเนินการจัดสรรให้กับราษฎรไปแล้วจำนวน 3.6 ล้านไร่

ในอนาคต คทช. ได้กำหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ (พ.ศ. 2566 – 2580) เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางนโยบายในระยะ 15 ปี ที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ รวมสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ และแนวนโยบายของรัฐบาลที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยระบบเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ประกอบด้วย ประเด็นนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1) การสงวนหวงห้ามที่ดินของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ 2) การใช้ที่ดินและทรัพยากรดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3) การกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และ 4) การบูรณาการและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินอย่างมีเอกภาพ 

ทั้งนี้  ยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ของ คทช. ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ทั้งในเรื่องการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4000 หรือ One Map การพิสูจน์สิทธิ์การถือครองที่ดินของรัฐ และการเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านที่ดิน

.

แกลเลอรี่